AMATAลุ้นขายที่ล็อตใหญ่ซดขายไฟดันผลงานแกร่ง

ทันหุ้น – AMATA ยอดขายครึ่งปีหลังดูดี ได้ไฮซีซันหนุน พร้อมเปิดขายนิคมใหม่ในลองถันหนุนยอดเข้าปลายปี วางยอดขายทั้งปี 675 ไร่ โบรกแนะถือ

นักวิเคราะห์รายหนึ่ง กล่าวว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานของ”บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) หรือ AMATA”ในช่วงครึ่งหลังของปี 2561 คาดว่าจะมีการเติบโตที่ดีกว่าหากเทียบกับช่วงครึ่งปีแรก เนื่องจากเข้าสู่ช่วงไฮซีซันของธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม

ลุ้นขายที่ล็อตใหญ่

นอกจากนี้ โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ทำให้มีสัญญาณจากต่างชาติเข้าลงทุนมากขึ้นสะท้อนให้เห็นว่าในช่วงครึ่งปีหลังยังมีโอกาสเห็นยอดขายที่ดินล็อตใหญ่ แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยทางการเมืองทั้งในประเทศและต่างประเทศที่อาจส่งผลกระทบต่อการโอนที่ดินมีความล่าช้ามากขึ้น

ทั้งนี้ ฝ่ายวิเคราะห์มองว่า ยอดขายที่ดินรวมในปีนี้ AMATA อาจจะทำได้เพียง 675 ไร่ แบ่งออกเป็นยอดขายที่ดินภายในประเทศ จำนวน 550 ไร่ และประเทศเวียดนาม จำนวน 125 ไร่ ซึ่งยังไม่ถึงครึ่งทางของเป้าหมายยอดขายที่ทาง AMATA วางไว้ที่ 925 ไร่ ส่วนหนึ่งเพราะยอดขายที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมทั้งในประเทศและต่างประเทศ ช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้(ม.ค.-มิ.ย.2561) อยู่ที่ประมาณ 130 ไร่

ซดขายไฟก.ย.นี้

โดยในช่วงไตรมาส 1/2561 บริษัทสามารถทำยอดขายได้แล้ว จำนวน 107 ไร่ แบ่งออกเป็นยอดขายในประเทศไทย จำนวน 37 ไร่ และยอดขายประเทศเวียดนาม จำนวน 9 ไร่ ซึ่งยังไม่ถึงครึ่งทางของเป้าหมาย อย่างไรก็ดีเนื่องจากนิคมอุตสาหกรรม ที่ลองถัน ประเทศเวียดนาม ที่คาดว่าจะสามารถเปิดขายได้ในช่วงปลายปี 2561 นี้ อาจเข้ามาช่วยสนับสนุนการเติบโตของรายได้ในปีนี้ได้บ้าง แต่จะเห็นการเห็นการขายอย่างเต็มประสิทธิภาพในปี 2562 เป็นต้นไป

ขณะเดียวกันบริษัทคาดรายได้ประจำจะเติบโต 10%ต่อปี โดยคาดสัดส่วนรายได้จากรายได้ประจำอยู่ที่ 80% ในระยะยาว สำหรับการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุนธุรกิจโรงไฟฟ้า คาดว่าในช่วงที่เหลือของปี 2561 จะเพิ่มมากขึ้นเนื่องจากการเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ (COD)โรงไฟฟ้าอมตะ บี.กริม เพาเวอร์ (ระยอง) แห่งที่ 3 ในช่วงเดือนกันยายน 2561 นี้ เพิ่มเติมอีก 1 โรง

โบรกแนะถือ

บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า AMATA มียอดขายครึ่งแรกของปี 2561 เพียง 79 ไร่ คิดเป็น 9% จากเป้าขายของบริษัทปีนี้ที่ 925 ไร่ แม้ว่า พรบ.ระเบียงเศรษฐกิจ (EEC) ซึ่งประกาศใช้ในวันที่ 15 พฤษภาคม 2561ที่ผ่านมา แต่ในแง่สิทธิประโยชน์ด้านภาษียังไม่ได้ประกาศออกมาจึงคาดว่าจะมีผลกระทบต่อการตัดสินใจซื้อนิคมฯของลูกค้าที่ว่ายังไม่มีความชัดเจน

ทั้งนี้ในเบื้องต้นฝ่ายวิเคราะห์ได้มีการปรับลดประมาณการปี 2561 และปี 2562 ลงในอัตรา 9% และ 8% ตามลำดับ เพื่อสะท้อนสมมุติฐานยอดขายและยอดโอนที่ดินที่น้อยลง นั่นคือกำหนดให้ยอดขายปีนี้และปีหน้าเป็น 575 ไร่ จากเดิม 700 ไร่ และ 700 ไร่ ตามลำดับ จากปัจจัยดังกล่าวสงผลให้ทางฝ่ายได้ปรับลดคำแนะนำเป็น “ถือ” ด้วยราคาพื้นฐานที่ปรับลดลงเป็น 18.50 บาท ซึ่งประเมินด้วยส่วนลด 50% จาก NAV ที่ 37.50 บาท

อย่างไรก็ดี ถือว่าสอดคล้องกับอัตราส่วน P/E ปี 2561 ที่ 12.9 เท่า ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยในอดีต  อย่างไรก็ตาม ถือว่า AMATA จะได้รับประโยชน์จาก EEC เป็นลำดับแรกๆในอุตสาหกรรมนิคมฯ เพราะมีที่ดินเป็นจำนวนมากใน ชลบุรีและระยอง อีกทั้งลูกค้าจะซื้อที่ดินเป็นจำนวนมากในแต่ละครั้ง หากในอนาคตขายได้ดีกว่าคาด ก็มีโอกาสจะปรับประมาณการและราคาพื้นฐานให้ดีขึ้นได้ แต่ต้องรอดูสถานการณ์ก่อน