IIIมีเด้งเงินบาทอ่อนกำไรที่สิงคโปร์เข้าQ3

ทันหุ้น – รอบนี้ III มีสัญญาณการฟื้นตัวแรงหลายเด้ง โบรกมองราคาต่ำกว่าพื้นฐานที่ 7.70 บาทมากเกินไป จับตารับโชคเงินบาทอ่อนค่า เหตุรายได้ประมาณ 60% เป็นเงินดอลลาร์ ยันตั้งแต่ Q3 บันทึกกำไรกิจการที่สิงคโปร์ ขณะที่รายได้จากเดินเรือ ริเชา รัฐวิสาหกิจของจีน จะเริ่มไหลเข้า  

นายทิพย์ ดาลาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทริพเพิล ไอ โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ III เปิดเผยว่าคาดไตรมาสที่ 2/2561 ภาพรวมยังมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับไตรมาสที่ผ่านมา โดยบริษัทน่าจะผ่านจุดต่ำไปแล้ว   ซึ่งเป็นการเติบโตจากทั้ง 4 กลุ่มธุรกิจ

ได้แก่ ธุรกิจการให้บริการขนส่งสินค้าทางอากาศ  ,ธุรกิจการให้บริการขนส่งสินค้าทางทะเลและทางบก ธุรกิจการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศและการรับบริหารโลจิสติกส์ คลังสินค้า และการกระจายสินค้า  และ ธุรกิจการให้บริการโลจิสติกส์สำหรับสินค้าอันตรายและเคมีภัณฑ์

ซึ่งในปีนี้ บริษัทวางเป้ารายได้ว่าจะเติบโตที่ราว 20 %  จากปีก่อนหรือที่ทำได้ 2,326.73 ล้านบาท

อานิสงค์บาทอ่อน

นายทิพย์กล่าว่า จะได้รับอานิสงค์จากค่าเงินบาทที่ปรับตัวอ่อนค่าลง เนื่องจากรายได้ประมาณ 60% เป็นเงินดอลลาร์  แต่จะเริ่มมีเห็นความชัดเจนในช่วงไตรมาสที่ 3/24561 เป็นต้นไป เนื่องจากไตรมาส 2 /2561 เพิ่งเป็นการเริ่มต้น

ทั้งนี้มองว่า ปัจจัยด้านอัตราแลกเปลี่ยนจะทำให้อัตรากำไรของบริษัทในปีนี้มีเติบโตมากขึ้น แต่ไม่ได้เป็นปัจจัยหลักในการเติบโต เนื่องจากพื้นฐานของธุรกิจเองมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทได้มีการปรับโครงสร้างธุรกิจ ในการลงทุนใหม่ๆ รวมถึงบริษัทมีการบริหารจัดการต้นทุนที่ดีมากขึ้นกว่าเดิม

รวมทั้งทยอยรับรู้รายได้จากการที่บริษัทได้เข้าซื้อกิจการในบริษัท DG Packaging Pte. Ltd. (DGP) จากประเทศสิงคโปร์ ผู้ดำเนินธุรกิจจัดจำหน่ายบรรจุภัณฑ์และให้บริการรับบรรจุสำหรับสินค้าอันตรายที่ใช้ในการขนส่งสินค้า คาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้เข้ามาตั้งเเต่ไตรมาส 3/2561 จากคาดการว่าปีนี้ DGP จะมีกำไรสุทธิ กว่า 50 ล้านบาท จะช่วยผลักดันผลกำไรรวมของกลุ่มบริษัทดีต่อเนื่อง

จ่อรับทรัพย์เพิ่ม

ขณะเดียวกันบริษัทจะมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการได้รับการแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนเพียงรายเดียว (Exclusive Agent) ในประเทศไทย ของสายการเดินเรือ ริเชา (Rizhao Shipping Lines) ซึ่งเป็นสายการเดินเรือรัฐวิสาหกิจของจีน โดยมีเส้นทางการให้บริการครอบคลุม ประเทศจีน เวียดนามและไทย ซึ่งถือเป็นการขยายฐานลูกค้าและเพิ่มยอดขายให้กับบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ

นอกจากนี้ รายได้และกำไรการจากการขายพื้นที่ระวางสินค้าของบริษัทร่วมทุน และบริษัทย่อยได้เติบโตขึ้น จากปริมาณการค้าและการส่งออกและนำเข้า ที่ขยายตัวตามสภาวะเศรษฐกิจโลก และจากโครงการระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) รวมไปถึงกลุ่มธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ที่มีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

เคาะพื้นฐาน 7.70 บ.

บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่าผลดำเนินงานไตรมาส1/2561 ของ III มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 25.9 ล้านบาท (-36% yoy, +29% qoq) ต่ำกว่าประมาณการ 29% กำไรปกติอยู่ที่ 30 ล้านบาท ลดลง 9% yoy แต่ +36% qoq

เนื่องจากต้นทุนที่สูงในคลังสินค้าใหม่  แต่ยังคงมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มระยะยาวของบริษัทเนื่องจากอุปสงค์การขนส่งและการใช้คลังสินค้าที่สูงต่อเนื่อง อีกทั้งปัญหาในไตรมาส1/2561 เช่นต้นทุนที่สูงและค่าเงินที่แข็ง น่าจะคลี่คลายในครึ่งครึ่งปีหลัง2561 คงคำแนะนำ “ซื้อ”ราคาเป้าหมาย  7.70 บาท (WACC: 7%)