CHAYOตั้งบ.ย่อยลุยธุรกิจใหม่ชูเป้ายอดปล่อยสินเชื่อ500ล้าน

ทันหุ้น – CHAYO ประกาศตั้งบริษัทย่อยปล่อยสินเชื่อส่วนบุคคล และสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ หวังยอดสินเชื่อที่ 500 ล้านบาท ชี้ช่องทางขยายธุรกิจเพียบ ส่งสัญญาณสัดส่วนรายได้ในอนาคตส่อแววเปลี่ยน หากรับรู้ดอกเบี้ยจากธุรกิจใหม่ คอนเฟิร์มซื้อหนี้ปีนี้ไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นล้านบาท จากครึ่งปีแรกที่ซื้อแล้ว 8 พันล้านบาท

นายสุขสันต์  ยศะสินธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ชโย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CHAYO เปิดเผยว่า ตามที่ประชุมคณะกรรมการวานนี้ (10 ก.ค.) อนุมัติให้จัดตั้ง บริษัท ชโย เงินกู้ จำกัด เพื่อขอใบอนุญาตในการปล่อยสินเชื่อ ทั้งสินเชื่อส่วนบุคคล สินเชื่อ Nano Finance และสินเชื่อ Pico Finance และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง หรือการปล่อยสินเชื่อที่ไมมีหลักประกัน โดยบริษัทถือหุ้น 70% ร่วมกับนายฤทธิรงค์ บุญมีโชติ ถือหุ้น 30% มีทุนจดทะเบียนเริ่มต้น 50 ล้านบาท โดยนายฤทธิรงค์ จะไม่มีที่นั่งในคณะกรรมการ และไม่มีส่วนร่วมการบริหาร แต่จะช่วยให้การแนะนำด้านธุรกิจให้กับบริษัท

เล็งปล่อยสินเชื่อ 500 ล.

นอกจากนี้ยังได้อนุมัติให้เปลี่ยนชื่อบริษัทลูกจาก บริษัท ชโย คอลเซ็นเตอร์ จำกัด เป็น บริษัท ชโย พร็อพเพอร์ตี้ แอนด์ เซอร์วิส จำกัด และให้เพิ่มวัตถุประสงค์เพื่อประกอบธุรกิจให้กู้ยืมเงิน โดยวิธีรับจำนองอสังหาริมทรัพย์ การรับซื้ออสังหาริมทรัพย์โดยวิธีขายฝาก หรือการปล่อยสินเชื่อที่มีหลักประกัน

โดยบริษัทตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อส่วนบุคคล ผ่าน บริษัท ชโย เงินกู้ จำกัด และการปล่อยสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ ผ่านบริษัท ชโย พร็อพเพอร์ตี้ แอนด์ เซอร์วิส จำกัด ในปีนี้รวมกันประมาณ 100 ล้านบาท ส่วนในอนาคต 1-2 ปีข้างหน้า บริษัทคาดจะปล่อยสินเชื่อได้ถึง 500 ล้านบาท สำหรับการปล่อยสินเชื่อทั้ง 2 บริษัทจะเน้นเจาะกลุ่มลูกค้าที่ต้องการเงินทุน และเข้าแหล่งเงินทุนจากสถาบันทางการเงินไม่มาก โดยเฉพาะลูกค้าที่ต้องการเงินทุน และมีหลักประกัน รวมถึงลูกค้าที่ต้องการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และขายให้กับบริษัทหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ซึ่งบริษัทมองเห็นโอกาสในการปล่อยสินเชื่อในจุดนี้ ยังมีความต้องการอย่างต่อเนื่อง

จับตาดูสัดส่วนรายได้

ขณะที่ในปี 2563 บริษัทคาดว่าสัดส่วนรายได้อาจจะเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม โดยในปีนี้และปีหน้า บริษัทคาดว่าจะมีสัดส่วนรายได้มาจากการรับบริหารหนี้เสียประมาณ 17-18% การซื้อหนี้เข้ามาบริหารประมาณ 78-80% และธุรกิจคอลเซ็นเตอร์ประมาณ 2% ส่วนในปีหน้า หรือปี 2562 คาดว่าสัดส่วนจากธุรกิจคอลเซ็นเตอร์จะปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย หรือมีสัดส่วนที่ 5% และในปี 2563 อาจจะปรับตัวเพิ่มขึ้นสูง หลังจากบริษัทปล่อยสินเชื่อ และมีรายได้จากดอกเบี้ยที่ปล่อยสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ และสินเชื่อส่วนบุคคล

นายสุขสันต์ กล่าวต่อว่า สำหรับภาพรวมรายได้ปีนี้ บริษัทยังมองการเติบโตแบบ Conservative โดยมีการเติบโตประมาณ 10% จากการรับซื้อหนี้มากขึ้น ล่าสุดบริษัทปรับเป้าการซื้อหนี้หรือสินทรัพย์ด้อยคุณภาพเข้ามาบริหารเป็นไม่ต่ำกว่า 10,000 ล้านบาทในปีนี้ (หลังจากที่ได้ซื้อหนี้ 8,000 จาก UOB เข้ามาบริหาร)  โดยทั้งนี้สถาบันการเงินต่างๆได้มีการทยอยขายหนี้ออกมาอย่างต่อเนื่องเช่นกัน

ธุรกิจทวงหนี้โตตามแผน

ส่วนธุรกิจให้บริการเจรจาและติดตามทวงถามหนี้ มีการขยายตัวเป็นไปตามแผน โดยในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้ บริษัทได้รับงานบริการและติดตามทวงถามหนี้ จากสถาบันการเงินชั้นนำและบริษัทชั้นนำในตลาดเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งคาดว่าในปีนี้รายได้จากการให้บริการก็จะเติบโตตามเป้าหมายที่วางไว้

“จากที่เราประกาศไปแล้วผ่านตลาดหลักทรัพย์ ทั้งการจัดตั้งบริษัทใหม่ เพื่อปล่อยสินเชื่อส่วนบุคคล สินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ และการเปลี่ยนชื่อบริษัทจาก บริษัท ชโย คอลเซ็นเตอร์ จำกัด เป็น บริษัท ชโย พร็อพเพอร์ตี้ แอนด์ เซอร์วิส จำกัด เพื่อการปล่อยสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเรามองทิศทางการปล่อยสินเชื่อทั้ง 2 ยังมีช่องทางอีกมาก โดยในปีนี้เราตั้งเป้าจะมียอดปล่อยสินเชื่อรวมกันอยู่ที่ 100 ล้านบาท ส่วนในอนาคตคาดจะเพิ่มขึ้นไปถึง 500 ล้านบาท จากการขยายฐานลูกค้า และคาดว่าน่าจะมีกระแสตอบรับที่ดี การเพิ่มธุรกิจใหม่เข้ามาจะช่วยผลักดันให้เรามีฐานในการทำธุรกิจที่แข็งแกร่ง และเติบโตได้ตลอดทุกๆปี”นายสุขสันต์กล่าว