DIMETชงบอร์ดเปิดแผนธุรกิจรุกรับงานมาร์จิ้นสูงปั๊มกำไรเพิ่ม

ทันหุ้น – บิ๊กบอส DIMET “ปัญญา บุญญาภิวัฒน์” เตรียมชงบอร์ดเปิดโมเดลธุรกิจปี 61-62 เร่งปลุกผลงานพลิกฟื้น จ่อรับทรัยพ์จาก IGE หลังเข้าลงทุนแล้วกว่า 14% พร้อมเน้นรับงานมาร์จิ้นสูง ปั๊มกำไรเข้าพอร์ตอื้อ ส่งซิกทิศทางธุรกิจขายสีไปได้สวย

นายปัญญา บุญญาภิวัฒน์ ประธานกรรมการ บริษัท ไดเมท (สยาม) จำกัด (มหาชน) หรือ DIMET เปิดเผยว่าบริษัทเตรียมประชุมบอร์ดบริหารวันที่ 17 กรกฎาคมนี้ เพื่อพูดคุยทิศทางการดำเนินงานในงวดปี 2561-2562 (ก.ค.61-มิ.ย.62)  หลังจากนั้น วันที่ 25 กรกฎาคม 2561 บริษัทจะนำเสนอโมเดลธุรกิจต่อคณะกรรมการบริษัท(บอร์ด) ชุดใหญ่ เพื่อให้ทราบถึงแผนการดำเนินงานในงวดปี 2561-2562 ทั้งนี้บริษัทประเมินทิศทางธุรกิจจะเติบโตดีกว่างวดปี 2560-2561 เนื่องจากบริษัทจะขยายฐานลูกค้า เพื่อเพิ่มยอดขายให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง

ปลุกผลงานคีนชีพ

ขณะเดียวกันบริษัทจะพยายามผลักดันให้ผลประกอบการรวมในงวดปี 2561-2562 กลับมาเป็นบวก จากการขยายฐานลูกค้าใหม่ และรักษาฐานลูกค้าเก่า รวมถึงบริษัทจะรับรู้ผลกำไรตจากการเข้าลงทุน บริษัท ไอเจน เอนจิเนียริ่ง จำกัด (IGE) โดย DIMET เข้าไปซื้อหุ้นสามัญเดิมของ IGE จาก บริษัท อิเล็กทริค โซลูชั่นส์ (เอส) พีทีอี ลิมิเต็ด (ES) จำนวนสัดส่วน 14% โดยคาดว่าจะเริ่มดำเนินการรับรู้ผลกำไรเข้ามาตั้งแต่เดือนกรกรฎาคมเป็นต้นไป ทั้งนี้ปี 2560 IGE มีกำไรอยู่ราว 20 ล้านบาท ซึ่งผลการดำเนินงาน 9 เดือนแรกของงวดปี 2560-2561 บริษัทมียอดขายอยู่ที่ 218.58 ล้านบาท และมีผลขาดทุน 13.07 ล้านบาท

อนึ่ง IGE ดำเนินธุรกิจจัดหาพร้อมติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าทั้งแรงสูงและแรงต่ำ งานรับเหมาก่อสร้างสถานีโรงไฟฟ้าย่อย และมีบริษัทย่อยที่ดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกันอีก 2 บริษัท คือ บริษัท ไอเจน พาวเวอร์เทค จำกัด ซึ่ง IGE ถือหุ้นอยู่ 51% และบริษัท สยายไบโอ เจนเนอเรชั่น 1 จำกัด ซึ่ง IGE ถือหุ้นอยู่100%

เน้นรับงานมาร์จิ้นสูง

และบริษัทมองทิศทางอุตสาหกรรมก่อสร้างในครึ่งปีหลังปี 2561 หรืองวดปี 2561-2562 จะมีงานอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะโครงการใหญ่ แต่บริษัทจะคัดเลือกการเข้าประมูลงาน โดยเน้นงานที่มีมาร์จิ้นสูง เพื่อผลักดันให้บริษัทมีกำไรเพิ่มขึ้น อีกทั้งบริษัทคาดจะมียอดขายสีจากโครงการติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าจาก IGE เพิ่มเติม เนื่องจาก IGE จะได้รับงานจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคและการไฟฟ้าฝ่ายผลิตทุกๆ ปี ทำให้บริษัทมองเห็นโอกาสในการได้งานร่วมกับ IGE เข้ามาอีกด้วย

นายปัญญา กล่าวต่อว่า ส่วนทิศทางผลประกอบการงวดปี 2560-2561 บริษัทได้ปิดงบได้แล้วในวันที่ 30 มิถุนายน 2561 ซึ่งอาจจะยังไม่เป็นไปตามเป้าหมาย เนื่องจากยอดขายลดลงเป็นผลมาจากคำสั่งซื้อ(ออเดอร์) จากลูกค้าชะลอตัว ประกอบกับบริษัทมีการยกเลิกสัญญาการผลิตกับเจ้าของลิขสิทธิ์สินค้ารายหลักรายหนึ่ง ซึ่งมีผลกระทบทำให้โครงการระยะยาวที่ใช้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวยกเลิกออเดอร์

ภาครัฐป้อนงานเพียบ

นอกจากนี้บริษัทมีแผนจะเข้ารับงานทาสีให้กับหน่วยงานรัฐหลายแห่ง มูลค่าการก่อสร้างและรีโนเวทรวมสูงกว่า 5 หมื่นล้านบาท โดยเป็นงานทาสีอยู่ในหลักพันล้านบาท ทั้งนี้คาดจะเห็นความชัดเจนได้ภายในกลางเดือนมีนาคม ส่วนยอดขายและยอดรับรู้รายได้น่าจะเข้ามาในช่วงงวดปีถัดไป หรือในงวดปี 2561-2562 หรือเป็นช่วงที่รัฐใช้งบประมาณเดือนตุลาคม ซึ่งเป็นงวดไตรมาส 1-2 (ก.ค.-ธ.ค.61) ของบริษัท ดังนั้นคาดทิศทางผลประกอบการในงวดปี 2561-2562 จะดีต่อเนื่องจากงวดปีนี้

สำหรับปัจจุบันบริษัทมีกำลังการผลิตอยู่ที่ 4 แสนลิตรต่อเดือน ใช้กำลังการผลิต 70-80% อย่างไรก็ตามช่วงไตรมาส 3 และ 4 บริษัทคาดจะใช้กำลังการผลิตเต็ม 100% เพื่อรองรับออเดอร์ที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้บริษัทมีแผนขยายธุรกิจจำหน่ายสีเข้าไปต่างประเทศเพิ่มเติม ซึ่งปัจจุบันบริษัทได้จำหน่ายสินค้าให้กับลูกค้าแล้วในประเทศเมียนมา กัมพูชา และลาว โดยบริษัทตั้งเป้าจะมียอดขายแตะหลักล้านบาทต่อเดือนในแต่ละประเทศ คาดจะเห็นได้ในไตรมาส 3 ของงวดปีนี้เป็นต้นไป