จับตาปลดล็อกเลือกตั้งหุ้นโยงการเมืองจะร้อน

ทันหุ้น – ลุ้นศาล รธน. วินิจฉัย ปลดล็อกเลือกตั้งวันนี้ นักวิเคราะห์ประสานเสียง เชื่อคำวินิจฉัยส่งผลจิตวิทยาเชิงบวก ดันดัชนีครึ่งปีหลังฟื้นตัว บล.กสิกรไทย มองแตะ 1,898 จุด แนะสอยหุ้นกลุ่มได้ประโยชน์ AMATA, WHA,  STEC, PYLON, SEAFCO, BBL, KTB, BEM

นายประกิต สิริวัฒนเกตุ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด คาดการณ์ กรณีศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัย ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) วันนี้ (30 พ.ค.61) จะเป็นไปในทิศทางที่เป็นบวกต่อบรรยากาศการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.)

โดยหากศาลรัฐธรรมนูญตัดสิน พ.ร.ป.การเลือกตั้ง สส. ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ จะเป็นการปลดล็อก และนำไปสู่การกำหนดวันเลือกตั้งในเดินมิถุนายน ซึ่งมีโอกาสสูงที่จะเกิดขึ้นในภายในไตรมาส 1/2562 เนื่องจากกำหนดการเลือกตั้งเดิมจะเกิดภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2562

นายประกิต คาดการณ์ว่า ปัจจัยสนับสนุนทางการเมืองจะส่งให้ดัชนีหุ้นไทยฟื้นตัวตลอดครึ่งหลังของปีนี้ และสามารถแตะจุดสูงสุดที่ 1,898 จุดได้ เนื่องจากฟื้นฐานเศรษฐกิจไทยที่แข็งแกร่ง ประกอบกับปัจจัยกดดันจากต่างประเทศหลายปัจจัยเริ่มคลี่คลายลง

“หลายปัจจัยจากต่างประเทศเริ่มคลี่คลาย โดยมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดการประชุมระหว่างสหรัฐและเกาหลีเหนือในวันที่ 12 มิ.ย.61, ด้านการค้าระหว่างจีนและสหรัฐ มีทิศทางเป็นบวกต่อเนื่อง, ความกังวลเรื่องเงินเฟ้อเริ่มผ่อนคลายตามราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลงต่อเนื่อง หลังซาอุดิอาระเบียและรัสเซียกำลังพิจารณาเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันราว 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน, ส่งผลให้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลระยะยาวสหรัฐ ปรับลงทำจุดต่ำสุดในรอบเดือนที่ 2.93% ต่างชาติเริ่มกลับเข้าซื้อหุ้นในตลาดเกิดใหม่ คาดว่าจะมีเม็ดเงินลงทุนไหลกลับเข้ามาในตลาดหุ้นไทยอีกรอบ”

พร้อมกันนี้แนะนำนักลงทุนทะยอยสะสมหุ้นที่ได้รับอานิสงค์จากการลงทุน รวมถึงหุ้นที่อิงกับการเติบโตทางเศรษฐกิจไทยโดยเฉพาะกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม AMATA, WHA กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง STEC, PYLON และกลุ่มที่ให้ผลตอบแทนจากการลงทุนสูง BBL, KTB, BEM

กลุ่มรับเหมาฯเข้าตา

บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ระบุในบทวิเคราะห์ ว่า พ.ร.บ.EEC ประกาศใช้ถือเป็นปัจจัยสำคัญกระตุ้น ดัชนีหุ้นกลุ่มรับเหมาฯ ให้ทยอยฟื้นตัวได้ โดยเฉพาะผู้รับเหมาใหญ่ 4 รายอย่าง ITD, STEC, CK, UNIQ  ที่ตัวเลข Backlog จะขยับขึ้น ตามแผนเปิดประมูลงานก่อสร้างโครงการต่างๆ ที่จะทยอยประกาศอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผู้รับเหมางานเสาเข็มเจาะ SEAFCO, PYLON  ถือเป็นกลุ่มแรกที่ได้รับประโยชน์

ฝ่ายวิจัยเลือก STEC และ SEAFCOเป็นหุ้น Top Picks ของกลุ่มฯ โดย STEC ถือเป็นบริษัทรับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ ที่มีอัตราการเติบโตของกำไรโดดเด่นที่สุดในช่วงเวลา 3 ปีข้างหน้า เนื่องจากมียอดรอรับรู้รายได้ (backlog)ในมือจำนวนมากถึง 1.25 แสนล้านบาท เฉลี่ย 30% ต่อปี ตามยอดรับรู้รายได้ที่จะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แนะนำ “ซื้อ” ที่ราคา 30 บาท

ขณะที่ SEAFCO จะมีกำไรปี 2561 เติบโตก้าวกระโดดถึง 50% และมีกระแสเชิงบวกหนุนต่อเนื่องในฐานะบริษัทเสาเข็มอันดับหนึ่งของประเทศ แนะนำ “ซื้อ” ที่ราคา 12.00 บาท

สแกนหุ้นอิงเลือกตั้ง

นายมงคล พ่วงเภตรา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บล.เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด คาดการณ์ว่า ศาลรัฐธรรมนูญ น่าจะมีผลการวินิจฉัยที่มาของพ.ร.ป.การเลือกตั้ง สส. ในทิศทางที่เป็นบวกต่อความเคลื่อนไหวของดัชนีตลาดหุ้นไทย พร้อมแนะนำหุ้นกลุ่มที่จะได้รับแรงหนุนโดยตรง คือ WHA, STEC,  และ BEM

WHA ยังได้รับอานิสงค์จาก GDP ไตรมาส 1/2561 ที่ออกมาดี โดยเฉพาะตัวเลขภาคการลงทุนที่ดีขึ้น หนุนให้ กำไรสุทธิไตรมาส 1/2561 ของ WHA อยู่ที่  780 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 807% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน (YoY)  ทั้งนี้พ.ร.บ.EEC ที่ประกาศใช้ จะส่งผลดีต่อยอดขายที่ดินตั้งแต่ไตรมาส 2/2561 และจะช่วยหนุนให้รายได้สาธารณูปโภค และไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น ฝ่ายวิเคาะห์ชอบ WHA เนื่องจากมีความสามารถในการขยายธุรกิจ Logistic Hub ที่สูง แนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสมที่ 4.80 บาท