นักลงทุนวีไอปัจจัยพื้นฐานเค้าเลือกหุ้นกันอย่างไร ?

วิธีที่นักลงทุนวีไอ สายปัจจัยพื้นฐานเค้าเลือกหุ้นนั้น ไม่ได้ต่างจากการซื้อของทั่วไป กล่าวคือ เราต้องการของที่ “ดี” และ “ราคาเหมาะสม”  ทุกครั้งที่ผู้คนไปเดินห้างซื้อของ … โดยปกติแล้ว มนุษย์ชอปปิ้งจะมี 2 คำถามในใจ

                หนึ่ง..  “What to buy? ฉันควรซื้ออะไร” และ สอง.. “At what price? ฉันควรซื้อที่ราคาเท่าไหร่”

เราจำเป็นต้องรู้ก่อนว่า ควรจะซื้ออะไร จึงจะไปเดินหาของสิ่งนั้น แล้วประเมินว่า ราคาเท่าไหร่จึงจะยอมลงทุนซื้อ วิธีการชอปปิ้งแบบนี้เป็นวิธีชอบปิ้งแบบแม่บ้านวินัยสูง ที่จดรายการที่จะซื้อของไว้ชัดเจนว่าจะซื้ออะไร ซึ่งช่วยให้ไม่ลืมสิ่งของที่ควรซื้อ และไม่ต้องเผลอซื้อของที่ไม่ได้อยากได้จริงๆ

หลักการนี้สามารถนำมาใช้กับการลงทุนในหุ้นเช่นเดียวกัน ก่อนจะตัดสินใจซื้อหุ้นทุกครั้ง นักลงทุนต้องถามตัวเองด้วยสองคำถามสำคัญทุกครั้ง หนึ่ง..จะซื้ออะไร สอง..ซื้อที่ราคาเท่าไร

                ซื้ออะไรนั่นก็คือจะซื้อหุ้นอะไรนั่นเอง เป็นการถามเพื่อเลือกหุ้นมาจำนวนนึง เรียกว่า Watch List หรือ รายชื่อหุ้นที่จับตาดูการจะได้มาซึ่งรายชื่อหุ้นใน watch list นักลงทุนต้องวิเคราะห์เชิงคุณภาพ (Qualitative Analysis) เช่น เทรนด์ธุรกิจสนับสนุนหรือไม่ อยู่ในอุตสาหกรรมแข็งแกร่งหรือไม่ กิจการจะเติบโตได้อย่างไร แผนธุรกิจของบริษัทเป็นอย่างไร ความสามารถในการสร้างผลตอบแทนในอนาคตเพิ่มขึ้นหรือไม่ อย่างไร ด้วยอะไร แนวโน้มความต้องการสินค้าและบริการของบริษัทเป็นอย่างไร ความสามารถในการแข่งขันยั่งยืนหรือไม่ และสุดท้ายคือทีมผู้บริหารมีฝีมือแค่ไหน

                ซื้อที่ราคาเท่าไร? คือการถามเพื่อให้ผู้ลงทุนได้วิเคราะห์เชิงปริมาณ(Quantitative Analysis) นั่นคือดูที่งบการเงินทั้ง 3 ได้แก่ งบกำไรขาดทุน งบดุล และงบกระแสเงินสด ดูที่อัตราส่วนการเงินสำคัญ เช่น อัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin)อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น (ROE) อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E) เป็นต้น และประเมินหามูลค่าที่แท้จริงของหุ้น(Intrinsic Value) เพื่อตัดสินใจเข้าซื้อ รวมทั้งการเปรียบเทียบความถูกแพงของหุ้นก่อนเข้าซื้อ

หากแกะทั้งสองคำถามนี้ หนึ่ง..จะซื้ออะไร สอง..ซื้อที่ราคาเท่าไรออกมา จะได้ โครงสร้างวิชาสายดูพื้นฐานหุ้นนั่นเอง แนวคิดนี้ก็คือ “5 Must Do” สำหรับผู้ที่ต้องการจะเป็นนักลงทุนแนววีไอหรือลงทุนแนวเน้นคุณค่า ซึ่งนำมาใช้เลือกหุ้นได้ นั่นคือ

ขั้นที่ 1 .. วิเคราะห์การลงทุนตามแนวโน้มใหญ่ (Mega Trend).. เลือกหุ้นที่มีเทรนด์ธุรกิจสนับสนุน

ขั้นที่ 2 .. วิเคราะห์อุตสาหกรรม (Industry Analysis).. เลือกหุ้นที่อยู่อุตสาหกรรมขาขึ้น

ขั้นที่ 3 .. วิเคราะห์บริษัทเชิงคุณภาพ (Qualitative Analysis)..เลือกหุ้นที่มีปัจจัยเชิงคุณภาพดี

ขั้นที่ 4 .. วิเคราะห์บริษัทเชิงปริมาณ (Quantitative Analysis)…เลือกหุ้นที่มีงบการเงินแข็งแรง รายได้เพิ่ม กำไรเพิ่ม

ขั้นที่ 5 .. ประเมินมูลค่าหุ้น (Valuation)… วัดมูลค่าหุ้นก่อนเข้าซื้อ จงลงมือเมื่อ Undervalue เท่านั้น

ก่อนตัดสินใจลงทุน หากนักลงทุนได้ทำการวิเคราะห์ 5 ขั้นตอนแล้วพอซื้อเสร็จราคากลับร่วงลงไป ก็ไม่ต้องตกใจ ในเมื่อหุ้นที่เราลงทุนซื้ออยู่ในกระแสเทรนด์ใหญ่ อยู่ในอุตสาหกรรมที่ยอดเยี่ยม บริษัทมีอนาคตดี มีความสามารถในการแข่งขัน และมีสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง ไม่ได้ซื้อเพราะโลภ แต่ซื้อเพราะผ่านการวิเคราะห์และวัดมูลค่ามาแล้วเป็นอย่างดี … แบบนี้ไม่ต้องกลัวเลยครับ แถมถ้าราคามันลงมามากๆ อาจจะเป็นโอกาสดีในการลงทุนเพิ่มก็ได้

ถามว่า ทำอย่างไร นักลงทุนหน้าใหม่จะสามารถเพิ่มทักษะการวิเคราะห์และทำความเข้าใจบริษัทที่จะลงทุนได้ ก็ไม่ยากครับ…ต้องหาข้อมูลและอ่าน…อ่าน…อ่าน เพื่อสร้างฐานข้อมูลทางธุรกิจ และสร้างทัศนคติที่ถูกต้องในการลงทุนอย่างสม่ำเสมอ เช่น อ่านหนังสือเกี่ยวกับการลงทุนให้เยอะๆรวมถึงอ่านข่าวธุรกิจดูทีวีช่องข่าวธุรกิจ เพื่อหาข้อมูลความรู้ที่ดีและฟรี มากมายมหาศาล ทั้งข้อมูลพื้นฐานของกิจการทุกตัว คลิปความรู้ทางการเงิน บทความการลงทุนดีๆ และข่าวสารกิจกรรมต่างๆที่มีมาอัพเดทตลอดเวลา

                การสร้างนิสัยที่ดีต่อการลงทุนเหล่านี้ จะเพิ่มวิสัยทัศน์ทางธุรกิจ และโอกาสมั่งคั่ง ยั่งยืนให้แก่นักลงทุน

 

โดย : อธิป กีรติพิชญ์ (Facebook Fanpage : นิ้วโป้ง Fundamental VI)
รายงาน : พัทธ์ธีรา ศรีพีรพงศ์
อย่าลืมกดถูกใจ(Like)
Fanpage : ทันหุ้น
กดติดตาม (subscribe)
Youtube : thunhoon V.I.P
www.thunhoon.com
ติดตามข่าวสารผ่าน LINE ฟรีคลิ๊กเลย
https://line.me/R/ti/p/%40kro3673w