MINTทุ่ม7.4พันล.ซื้อหุ้น NH Hotelโบรกชี้ไม่เพิ่มทุน

ทันหุ้น – MINT โบรกชี้การเข้าลงทุนใน NH Hotel Group 192 ล้านยูโร หรือประมาณ 7,405 ล้านบาท คาดช่วยต่อยอดธุรกิจระดับโลกในอนาคต เชื่อดีลนี้ยังไม่มีความเสี่ยงต้องเพิ่มทุน และคาดกำไรปีนี้ยังโต 12.5% จากปีก่อน คงแนะนำ “ซื้อ” เคาะราคาพื้นฐาน 50 บาท

บริษัทหลักทรัพย์ เออีซี จำกัด (มหาชน) ระบุว่า มองบริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT ซื้อ NH Hotel มูลค่า 192 ล้านยูโร หรือประมาณ 7,405 ล้านบาท ไม่แพงหรือถูกไป เพราะราคาซื้อ NH Hotel จาก Oceanwook อยู่ที่หุ้นละ 6.43 ยูโร สูงกว่าราคาปิดที่ 6.35 ยูโร แค่ 1.26% (ต้นทุนเฉลี่ย NH Hotel รวมที่ MINT ซื้อในตลท. เองอยู่ที่ 6.38 ยูโร) และดีลนี้คิดเป็น EV/EBITDA ราว 10 เท่า ใกล้เคียงค่าเฉลี่ยโรงแรมในยุโรปและต่ำกว่าค่าเฉลี่ยโรงแรมในไทยที่ 14.7 เท่า

นอกจากนี้ยังมีมุมมองบวก ดังนี้ 1.NH Hotel มีโรงแรม 382 แห่ง อันมีจุดแข็งด้านทำเลที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ซึ่งหายาก จึงคาดจะโตได้ดีภายใต้เศรษฐกิจยุโรปและสหรัฐที่ฟื้นตัว อีกทั้งไม่เป็นทำเลทับซ้อนกับพอร์ตโรงแรมที่ MINT มีอยู่จึงคาดช่วยขยายธุรกิจให้ครอบคลุมระดับโลกมากขึ้นพร้อมเกิด Synergy หลายด้าน เช่น การบริหาร, การตลาด และเทคโนโลยี

2.ดีลนี้ยังไม่กระทบต่อประมาณการอย่างมีนัยสำคัญ เพราะระยะยาว MINT จะรับรู้เงินปันผลรับซึ่งคาดให้ Div. Yield ปีละ 2-3% เพียงพอชดเชยดอกเบี้ยจ่ายที่สูงขึ้นตามแผนกู้เงินเป็นสกุลยูโรด้วยอัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 1% ส่วนระยะสั้น (ไม่เกิน 1 ปี) แม้ดอกเบี้ยจะเพิ่มจากมีต้นทุนกู้ยืมชั่วคราวที่ 3.5-4.0% แต่คาดจะถูกหักล้างด้วยการรับรู้เงินปันผลรับจาก NH Hotel ราว 3.3 ล้านยูโร ซึ่งจะขึ้น XD วันที่ 25 กรกฎาคมนี้ (จ่ายเงินปันผลหุ้นละ 0.10 ยูโร) จึงคงคาดปี 2561 MINT มีกำไรสุทธิ 6,094 ล้านบาท โต 12.5% จากปีก่อน

*ยังไม่เพิ่มทุน-กำไรโตดี

และ 3.มองมีโอกาสเกิด Capital Gain หลัง MINT มีต้นทุน NH Hotel ที่ 6.38 ยูโร ยังต่ำกว่าราคาเป้าหมายใน Bloomberg ที่ 6.78 ยูโร โดยมีนักวิเคราะห์ 15 คน แนะนำ “ซื้อ” NH Hotel หลังปีนี้คาดมีกำไร 91.9 ล้านยูโร จากปีก่อนที่กำไร 35.5 ล้านยูโร (นักวิเคราะห์ 5 คนแนะนำ “ถือ” และไม่มีนักวิเคราะห์แนะนำขาย)

แม้ดีลนี้จะทำให้มี Interest bearing debt to equity เพิ่มจากสิ้นช่วงไตรมาส 1/2561 ที่ 0.99 เท่า เป็น 1.15 เท่า แต่ยังต่ำกว่า Debt Covenant ที่ 1.75 เท่า จึงยังไม่ต้องกังวลเรื่องเพิ่มทุน และตั้งแต่ช่วงไตรมาส 2/2561 คาดกำไรจะโตจากปีก่อน จากความแข็งแกร่งของธุรกิจโรงแรมและร้านอาหารในไทย อีกทั้งคาดดีลข้างต้นจะเป็นผลบวกในระยะยาว และราคาหุ้นมี Upside 37% จากพื้นฐานปี 2561 (วิธี DCF) ที่ 50 บาท จึงคงแนะนำ “ซื้อ”