TOGดีมานด์ทะลักจีน-ญี่ปุ่น-เกาหลีจ่อคิวคีย์ออเดอร์

ทันหุ้น – TOG ยอดขายทะลัก เดินหน้าเจรจาลูกค้าใหม่จีน-ญี่ปุ่น-เกาหลี คาดออเดอร์เข้าไตรมาส 3/2561 ทยอยส่งมอบไตรมาส 4/2561 ชูศักยภาพบ.ย่อยในสหรัฐฯ ฟอร์มแจ่มมั่นใจครึ่งหลังปีทำยอดขายทะลุ 1.5 ล้านเหรียญฯ ย้ำเป้ายอดขายปี 2561 เติบโต 7-8% ตามเป้า

นายสรัฐ เตกาญจนวานิช ผู้จัดการฝ่ายวางแผนธุรกิจและการเงิน บริษัท ไทยออพติคอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TOG เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจในช่วงไตรมาส 2/2561 ยังมีแนวโน้มการเติบโตที่เพิ่มมากขึ้น เมื่อเทียบยอดขายในรูปของอัตราแลกเปลี่ยนในสกุลเงินดอลลาร์ เนื่องจากยอดขายกว่า 95% มาจากการส่งออกเป็นส่วนใหญ่ อีกทั้งด้วยปัจจัยทางเศรษฐกิจโลกที่ปรับตัวดีขึ้นทำให้ได้รับความสนใจจากลูกค้ารายใหม่ และออเดอร์ที่เพิ่มขึ้นจากลูกค้ารายเดิมในต่างประเทศเข้ามาเพิ่มเติม

บุกแดนมังกร

ปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างการเจรจาร่วมกับพันธมิตรตัวแทนจำหน่ายรายใหญ่ในประเทศจีน จำนวน 2 ราย ซึ่งที่ผ่านมายังได้รับการตอบรับดีที่อย่างต่อเนื่อง คาดว่าจะได้ข้อสรุปการรับออเดอร์หนึ่งในสองรายได้ในช่วงไตรมาส 3/2561 และคาดว่าจะสามารถทยอยส่งสินค้าได้ในไตรมาส 4/2561 หากว่าได้รับออเดอร์ดังกล่าวเข้ามาเชื่อว่าจะเข้ามาช่วยสนับสนุนการเติบโตของยอดขายในปี 2561 ได้อย่างมีนัยยะสำคัญอีกด้วย

โดยช่วงที่ผ่านมาได้ส่งทีมการตลาดเข้าไปศึกษาตลาดในประเทศญี่ปุ่นและเกาหลีอย่างจริงจังมากขึ้น ซึ่งผลสำรวจพบว่าผู้บริโภคส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อและมีความต้องการสินค้าส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มเลนส์พรีเมี่ยม เช่น ผลิตภัณฑ์กลุ่มเลนส์พลาสติกที่มีคุณสมบัติเฉพาะทาง เช่น เลนส์กันกระแทกสูง Excelite Trivex และ Excelite Tribrid TM, เลนส์บางพิเศษ 1.67 และเลนส์ชีวภาพ Leaf Eco 1.74 เป็นต้น ซึ่งให้มาร์จิ้นค่อนข้างดีอีกด้วย ปัจจุบันบริษัทได้รับความสนใจและการติดต่อจากตัวแทนจำหน่ายท้องถิ่นเข้ามาบ้างแล้ว คาดว่าจะเห็นความชัดเจนในช่วงครึ่งหลังปีนี้เช่นเดียวกัน

ส่วน ความคืบหน้าบริษัทร่วมทุน บริษัท ทีโอจี ยูเอสเอไอเอ็นซี (TOG USA, Inc.) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยในประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นอีกตลาดที่มีแนวโน้มการเติบโตที่ดี แม้ว่ายังอยู่ระหว่างทดสอบระบบและแก้ไขข้อผิดพลาดของระบบการจัดส่งสินค้าให้กับลูกค้า คาดว่าจะให้บริการได้อย่างเต็มประสิทธิภาพได้ในช่วงครึ่งหลังปี 2561 เป็นต้นไป อย่างไรก็ตามบริษัทยังเชื่อมั่นว่าตลาดดังกล่าวจะสร้างยอดขายในปี 2561 ได้ไม่ต่ำกว่า 1-1.5 ล้านเหรียญฯและตั้งเป้าในอนาคตจะมีรายได้เติบโตแตะ 10 ล้านเหรียญฯ

ยุโรป-อเมริกาฟื้น

ขณะที่ตลาดยุโรปในปัจจุบันเริ่มมีการฟื้นตัวในทิศทางที่ดีขึ้น เนื่องจากมองเห็นสัญญาที่ดีจากกลุ่มลูกค้าเดิมที่เคยมีการชะลอคำสั่งซื้อก่อนหน้านี้เริ่มกลับมาสั่งซื้อสินค้าอีกครั้ง และกลุ่มสินค้าที่มีเกรดสูงกว่าเดิม เช่น เลนส์สายตาแบบ premium standard ซึ่งให้มาร์จิ้นที่ดีกว่าเลนส์ธรรมดาทั่วไปและยังมีการเข่งขันที่ไม่สูงมากนักเมื่อเทียบกับเลนส์ชนิดอื่นๆ

ส่วนแผนการลงทุน เพิ่มกำลังการผลิตในเฟสที่ 2 ภายในโรงงานแห่งที่ 2 คาดว่าน่าจะเห็นความชัดเจนได้ภายในเดือนสิงหาคม 2561 โดยประเมินมูลค่าการลงทุนเบื่องต้นไว้ที่ราว 150 ล้านบาท มีจนาดกำลังการผลิตประมาณ 1 ล้านแผ่นต่อปี อีกทั้งยังมีความสามารถในการผลิตเลนส์ได้อย่างหลากหลายมากขึ้น ตลอดจนช่วยเรื่องการลดต้นทุนด้านแรงงานบุคลากรในระยะยาวอีกด้วย

สำหรับภาพรวมการเติบโตของรายได้ในปี 2561 บริษัทยังคงเป้าหมายเดิมที่ 7-8% จากปีก่อนที่ทำได้ 1.91 พันล้านบาท โดยคาดว่าภายหลังที่มีการประกาศผลการดำเนินงานในไตรมาสที่ 2/2561 อาจมีการพิจารณาปรับเป้ารายได้ใหม่อีกครั้งหนึ่ง หากว่าค่าเงินบาทยังคงแข็งค่าอยู่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งกดดันผลดำเนินงานของบริษัทในช่วงไตรมาส 1/2561 ที่ผ่านมา ซึ่งมีผลให้ที่รายได้ลดลง 0.62% และกำไรสุทธิลดลง 62.03% แต่อย่างไรก็ดีหากเทียบยอดขายที่เป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ จะมีการเติบโตได้ถึง 10%