ไทยประกันชีวิตต่อยอด สร้างแบรนด์ผ่านดนตรี

ทันหุ้น – ไทยประกันชีวิต ต่อยอด Music Marketing  ด้วย Interactive Music Video “The Last Callมิวสิควิดีโอผสาน DRTV ขยายตลาดแบบประกันเติมเงินยามป่วย กระตุกให้ผู้ชมเลือกวางแผนชีวิตเพื่อคนที่รักด้วยตนเอง

นายไชย ไชยวรรณ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บรัทได้ต่อยอดกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ผ่านดนตรี อย่าง Music Marketing ต่อเนื่อง เพื่อให้แบรนด์บริษัทเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในวงกว้าง โดยเฉพาะวัยรุ่นและวัยทำงาน

ทั้งนี้ไทยประกันชีวิต มีแนวคิดว่าการสร้างการจดจำแบรนด์จะต้องเกิดขึ้นจากการได้มีความรู้สึกร่วม(Emotional) และที่ผ่านมาโฆษณาของบริษัทจึงสามารถสร้างกระแส Talk of the Townได้อย่างต่อเนื่อง เป็นเสมือนลายเซ็น หรือสัญลักษณ์ไปในทันทีว่าหากมีหนังโฆษณาที่กินใจ เรื่องนั้นเป็นของแบรนด์ไทยประกันชีวิต

นายไชย กล่าวต่อไปว่า ในปี 2561 บริษัทยังต่อยอด Music Marketing โดยนำบทเพลง “ยิ่งไม่รู้ ยิ่งต้องทำ” หนึ่งในบทเพลงจากโปรเจกต์เพลงแห่งโอกาสมาถ่ายทอดในลักษณะมิวสิควิดีโอเพลงที่สื่อสารกับผู้ชม หรือ Interactive Music Video กับเรื่อง “The Last Call” ที่สร้างให้ผู้ชมสามารถเลือกตอนจบได้ด้วยตัวเองเพื่อสร้างความรู้สึกร่วม (Emotional) และกระตุ้นให้ผู้ชมเกิดการฉุกคิดและมีปฏิสัมพันธ์ร่วมกัน อันนำไปสู่การตระหนักถึงการวางแผนชีวิต หรือเกิด Insurance Moment ขณะเดียวกันยังสร้างการจดจำแบรนด์ (Brand Awareness) และประสบการณ์ร่วมกับแบรนด์ (Brand Experience) อีกด้วย

และเป็นครั้งแรกของธุรกิจประกันชีวิตในการนำเสนอขายในลักษณะ DRTV (Direct Response TV) รูปแบบใหม่ โดยจะเผยแพร่ผ่าน YouTube Thailife Channel และ Social Media ของบริษัท ตั้งแต่วันที่ 23 พฤษภาคมนี้เป็นต้นไป

แม้จะทำแบรนด์ผ่านเสียงดนตรี แต่ก็ไม่ได้ทิ้งความเป็นธุรกิจประกันชีวิตเพราะ Interactive Music Video เรื่องนี้ ได้ผสานการนำเสนอสิทธิประโยชน์ของแบบประกัน “ไทยประกันชีวิต เติมเงินยามป่วย” ที่ตอบโจทย์ความต้องการของคนวัยทำงาน ทั้งอาชีพอิสระและพนักงานออฟฟิศ เติมเงินชดเชยรายได้ เมื่อนอนโรงพยาบาล ไม่ว่าจากเจ็บป่วยหรืออุบัติเหตุ สูงสุดถึงวันละ 3,000 บาท นานสูงสุด 365 วัน เติมเงินกรณีผ่าตัดใหญ่สูงสุดถึงครั้งละ 60,000 บาท พร้อมเติมเงินปลอบขวัญเมื่อออกจากโรงพยาบาลสูงสุดครั้งละ 3,000 บาท และคุ้มครองชีวิตสูงสุด 600,000 บาท กรณีไม่เคลมสินไหมทดแทนทุกกรณีตลอดระยะเวลา 5 ปี รับเบี้ยประกันภัยปีสุดท้ายคืน 100%

“The Last Call นำเสนอจากสถานการณ์จริงที่เกิดขึ้นกับหลายครอบครัว ที่หัวหน้าครอบครัวมักทุ่มเทเพื่อคนรัก เพื่อความฝัน จนบางครั้งอาจลืมนึกถึงความจริงของชีวิต ว่าชีวิตไม่มีอะไรแน่นอน ทั้งอุบัติเหตุ การเจ็บป่วย หรือสิ่งไม่คาดฝัน หากมีสิ่งใดเกิดขึ้นกับเราในอนาคต สิ่งที่ทุ่มเทไปทั้งหมดอาจสูญเปล่า และสุดท้ายคนที่ต้องลำบาก ก็คือคนที่เรารักนั่นเอง ดังนั้น Interactive Music Video เรื่องนี้ จะกระตุ้นให้ทุกคนได้ตระหนักถึงคุณค่าของชีวิตและความรัก ด้วยการวางแผนทางการเงินและการวางแผนชีวิต ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่ง” นายไชยกล่าว