TPIPP ดีเดย์5เม.ย.นี้เดินเครื่องไฟฟ้าขยะป้อนกฟผ.รับทรัพย์

ทันหุ้น – TPIPP กดปุ่มโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงขยะ 70 เมกะวัตต์ เพื่อรวมกับโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนทิ้ง 30 เมกะวัตต์ รวมทั้งสิ้น 100 เมกะวัตต์ จำหน่ายให้แก่ กฟผ. ในวันที่ 5 เม.ย. 61 พร้อมรับส่วนเพิ่มราคารับซื้อที่ 3.50 บาทต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง โบรกมองไตรมาส 2/61 กำไรขั้นต้นฟื้นตัว เคาะ เป้าหมาย 8 บาท

นางอรพิน เลี่ยวไพรัตน์ รองประธานกรรมการ บริษัท ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ TPIPP กล่าวว่าบริษัทกำหนดวันซื้อขายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) สำหรับโรงไฟฟ้าเชิ้อเพลิงขยะ กำลังการผลิต 70 เมกะวัตต์ (TG6) เพื่อนำมารวมกับไฟฟ้าที่ผลิตได้จากโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนทิ้ง กำลังการผลิต 30 เมกะวัตต์ (TG4) รวมกำลังการผลิตทั้งสิ้น 100 เมกะวัตต์ เพื่อจำหน่ายไฟฟ้าให้แก่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ภายใต้สัญญาซื้อขายไฟฟ้า 90 เมกะวัตตต์ ประเภท Non-Firm ในวันที่ 5 เมษายน 2561

โดยภายใต้สัญญาซื้อขายไฟฟ้า 90 เมกะวัตต์ ดังกล่าว บริษัทจะได้รับส่วนเพิ่มราคารับซื้อ (Adder) ไฟฟ้าในอัตรา 3.50 บาทต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh) เพิ่มเติมจากค่าพลังงานไฟฟ้าพื้นฐาน เป็นระยะเวลา 7 ปี นับจากวันเริ่มต้นซื้อขายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ในวันที่ 5 เมษายน นี้

ไตรมาส 2/61ฟื้น

บทวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ปรับประมาณการกำไรปี 2561-2562 ลง 23%-12% เป็น 5.0 พันล้านบาท และ 5.7 พันล้านบาท หลังโครงการ TG7 (Coal/RDF 70 MW) COD ล่าช้าจากแผนที่ตั้งเป้าไว้เดือนธันวาคม 2560 ซึ่งปัจจุบันยังไม่ได้ใบอนุญาตจัดจำหน่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง TG4-6 (RDF 90 MW) ที่ COD ล่าช้าเช่นกัน ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าที่มี Adder ที่ 3.5 บาท

ทั้งนี้ ประมาณการของฝ่ายวิเคราะห์ปรับให้โรงไฟฟ้าทั้ง 2 โรงเริ่ม COD ได้เดือนเมษายน 2561 ซึ่งช้ากว่าแผนของบริษัทที่ประเมินไว้ในเดือนมีนาคม 2561 แม้ว่าปัจจุบัน TPIPP ได้เอกสารตอบรับอนุญาตขายไฟฟ้าจากคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เรียบร้อยแล้วก็ตาม ส่วน TG8 (Coal 150 MW) ปัจจุบันการก่อสร้างดำเนินการแล้วกว่า 95% คาดว่าจะ COD ได้ในเดือนพฤษภาคม 2561 นอกจากนี้ฝ่ายวิเคราะห์ได้ปรับประมาณการอัตราส่วนกำไรขั้นต้นปี 2561-2562 ลง เพื่อสะท้อนถึงต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น

โดยมองว่ากำไรในไตรมาส 1/2561 จะทรงตัวจากไตรมาสก่อน แม้ว่าอัตราส่วนกำไรขั้นต้นจะขยับขึ้นได้เล็กน้อยจากฐานที่ต่ำในไตรมาส 4/2560 ที่มี GPM เพียง 48% เพราะ Waste Heat ที่ได้จากโรงปูนน้อยลง ทำให้ต้องใช้ถ่านหินเพิ่มขึ้น ประกอบกับสัดส่วนปริมาณผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้า TG1 และ TG2 ที่ขายไฟฟ้าให้กับบริษัทแม่ TPIPL เพิ่มขึ้นมาก

อย่างไรก็ตามฝ่ายวิเคราะห์มองว่าอัตราส่วนกำไรขั้นต้นจะเริ่มฟื้นตัวได้ในไตรมาส 2/2561 จากโรงไฟฟ้า TG6 เริ่ม COD ในไตรมาส 2/2561 และคาดว่า TPIPL จะกลับมาใช้ RDF ทดแทน Waste heat มากขึ้น ปัจจุบันบริษัทมีกำลังการผลิต RDF ได้ทั้งหมด 4,200 ตันต่อวัน แต่ใช้ในการผลิตไฟฟ้าเพียง 2,500 ตันต่อวัน รวมถึงไม่มีการปิดซ่อมบำรุงโรงปูนไปอย่างน้อย 3 ไตรมาสข้างหน้า ทำให้ Waste Heat จะถูกป้อนเข้าโรงไฟฟ้าได้ต่อเนื่อง

เป้าหมาย 8 บาท

อย่างไรก็ตามการปรับประมาณการของฝ่ายวิเคราะห์ ส่งผลกระทบต่อกระแสเงินสดในการประเมินมูลค่าเหมาะสมของ TPIPP อีกทั้งความเสี่ยงต่อการ COD ที่ล่าช้ากว่าแผน และโอกาสได้ใบอนุญาตโรงไฟฟ้าใหม่เพิ่มเติมขาดความชัดเจน ทำให้ฝ่ายวิเคราะห์ปรับ WACC ขึ้นจาก 5.16% เป็น 5.47% ส่งผลให้ราคาเหมาะสม ณ สิ้นปี 2561 เท่ากับ 8.00 บาท แนะนำเป็น “ซื้อเก็งกำไร” โดยมีความโดดเด่นจากการเป็นหุ้นปันผลที่ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 4.5-5.0% ต่อปี