นักสู้ผู้ยิ่งใหญ่ CBG วิ่งแรง 2.50 บาท หลังทุ่ม 2.5 พันล. ลุยกำลังผลิตตลาดจีน กูรูเคาะต้านสวย

ผู้สื่อข่าว “ทันหุ้นออนไลน์” รายงานว่า ราคาหุ้น “บริษัท คาราบาว กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CBG” เปิดการซื้อขายเช้านี้ เพิ่มขึ้น 2.50 บาท คิดเป็น +3.97 % แตะระดับ 65.50 บาท

โดยหนังสือพิมพ์ ทันหุ้น นำเสนอข่าวระบุว่า CBG ตั้งเป้ายอดขายปี 2561 เติบโต 30% ตลาดต่างแดนมาแรงโดยเฉพาะจีน ตั้งเป้ายอดขายตลาดจีนปีนี้แตะ 300 ล้านกระป๋อง ส่วนอังกฤษไม่ต่ำกว่า 40 ล้านกระป๋อง ทุ่มงบ 2.5 พันล้านบาท เดินแผนงานลงทุนต่อเนื่องเครื่องจักรผลิตกระป๋อง


นายชัยยศ จิวางกูร ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บล.กรุงศรี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า สัญญาณความเคลื่อนไหวทางเทคนิคหุ้น CBG ค่อนข้างใช้ได้ มองแนวต้าน 67.50 , 70 บาท ส่วนแนวรับ 64.50 บาท

ขณะที่ฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ เออีซี จำกัด (มหาชน) ระบุว่า CBG ราคาขยับดีดตัวขึ้นจากแนวรับ โดยในกราฟรายวัน เครื่องมือทางเทคนิคส่งสัญญาณเชิงบวก เกิดสัญญาณซื้อระยะสั้นจาก Modified Stochastic .(%K>%D) และ RSI ที่เริ่มดีดตัวขึ้นต่อ หลังจากผ่านภาวะ Oversold กลับเข้าสู่ Neutral Zone (RSI 50,?10) ประกอบกับการเคลื่อนไหวของราคามีลักษณะสร้างฐานล่างในระนาบเดียวกัน หากไม่หลุดแนวรับเส้นล่าง และสามารทะลุแนวต้านเส้นกลางได้ มองว่า CBG จะฟอร์มตัวไปต่อด้วยรูปแบบราคา Triple Bottom โดยมีแนวต้านแรก 67.50 บ. และหากทะลุแนวต้านแรกมีเป้าหมายถัดไป 75.25 บาท ทั้งนี้ให้แนวรับ 61.50 บาท และ Stop Loss หากหลุด 59.50 บาท

นายเสถียร เศรษฐสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คาราบาว กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CBG เปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้ายอดขายรวมปี 2561 เติบโตไม่ต่ำกว่า 30% เมื่อเทียบจากปีก่อน โดยปัจจัยหลักมาจากยอดขายในต่างประเทศที่ขยายตัวได้ดีขึ้นอย่างชัดเจน ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการขยายช่องทางจัดจำหน่ายกระจายไปในภูมิภาคอื่นๆมากขึ้น รวมถึงการทำการตลาดร่วมกับพันธมิตรท้องถิ่นในตลาดประเทศจีน อังกฤษ และกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน CLMV ส่งผลให้สินค้าเครื่องดื่มภายใต้แบรนด์คาราบาว เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น ประกอบกับจากปัจจัยด้านราคาขายที่ค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับตลาดทำให้กลุ่มผู้บริโภคเป้าหมายเข้าถึงสินค้าได้ง่ายยิ่งขึ้น รวมถึงจากการปรับสูตรเครื่องดื่มโดยลดปริมาณความหวานลงส่งผลบวกต่อความสามารถในการทำกำไรในตลาดอังกฤษได้มากขึ้น เนื่องจากปริมาณความหวานที่มีในเครื่องดื่มภายใต้แบรนด์ของบริษัทยังอยู่ต่ำกว่าเกณฑ์ที่รัฐกำหนด

ทั้งนี้ในปี 2561 บริษัทตั้งเป้ายอดขายประเทศอังกฤษเพิ่มเป็น 30-40 ล้านกระป๋อง จากปีก่อนอยู่ที่ 19 ล้านกระป๋อง ในปีนี้บริษัทยังคงวางแผนขยายช่องทางการจัดจำหน่ายในอังกฤษเพิ่มมากขึ้น และแนวโน้มการสนับสนุนทีมฟุตบอลเชลซีในปีนี้อาจยังอยู่ในระดับเฉลี่ย 9 ล้านปอนด์ต่อปี แต่คาดว่าตั้งแต่กลางปี 2562 จะปรับตัวลดลง นอกจากนี้มองว่าหากในปี 2562 บริษัทสามารถทำยอดขายได้แตะที่ราว 80-100 ล้านกระป๋อง ก็มีโอกาสเห็นการคุ้มทุนของบริษัทย่อยในประเทศอังกฤษ ซึ่งประเมินว่าภายในช่วงครึ่งหลังปี 2562 มีแนวโน้มที่จะพลิกกลับมาเป็นบวก

ส่วนเป้าหมายยอดขายในประเทศจีนปี 2561 ตั้งไว้ที่ราว 300 ล้านกระป๋อง จากปีก่อนอยู่ที่ 120 ล้านกระป๋อง อีกทั้งยังมีแนวโน้มที่จะ ขยับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายในมณฑลอื่นๆ ในประเทศจีนที่เพิ่มขึ้น และหากยอดขายในจีนขยายตัวใกล้เคียง 500-1,000 ล้านกระป๋อง บริษัทจะพิจารณาการลงทุนสร้างโรงงานผลิตในประเทศจีน ซึ่งปัจจุบันบริษัทยังได้รับความสนใจจากตัวแทนจำหน่ายในจีนเข้ามาติดต่ออย่างต่อเนื่อง แต่ยังไม่สามารถให้ข้อมูลโดยละเอียดใน ขณะนี้เนื่องจากเป็นเพียงการเริ่มต้นเท่านั้น

ขณะที่เป้าหมายการเติบโตของยอดขายในกลุ่มประเทศ CLMV แบ่งออกเป็นประเทศกัมพูชา 30%, เมียนมา 50% และเวียดนาม 100% จากปีก่อน นอกจากนี้ในช่วงที่ผ่านมาบริษัทยังได้เข้าไปรุกเจาะตลาดในประเทศออสเตรเลีย อีกด้วย โดยคาดหวังว่าจะช่วยสร้างยอดขายได้ไม่น้อยกว่า 6 แสนกระป๋องในปีนี้ จากปัจจัยข้างต้นส่งผลให้คาดว่าสัดส่วนยอดขายกว่า 55% จะมาจากตลาดต่างประเทศ ส่วนที่เหลือ 45%เป็นยอดขายในประเทศ

สำหรับแผนการลงทุนในปี 2561 บริษัทคาดจะใช้เงินลงทุนราว 2.5 พันล้านบาท ซึ่งเป็นการลงทุนต่อเนื่องในการเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องจักรและขยายกำลังการผลิตในโรงงานผลิตกระป๋อง เบื้องต้นคาดว่าจะแล้วเสร็จพร้อมเดินเครื่องผลิตเชิงพาณิชย์ (COD) ได้ภายในไตรมาส 2/2561 นี้เป็นต้นไป ส่งผลให้บริษัท จะมีกำลังการผลิตกระป๋องเพิ่มเป็นกว่า 1.4 พันล้านกระป๋องต่อปี จากปีก่อนที่ราว 800 ล้านกระป๋องต่อปี

และการผลิตขวดแก้วสีชาเพิ่มเป็น 1.3 พันล้านขวดต่อปี จากปีก่อนที่ราว 650 ล้านขวดต่อปี ซึ่งจากปัจจัยดังกล่าวจะช่วยสะท้อนต่อความสามารถในการรักษาระดับทั้งการทำอัตรากำไรขั้นต้นที่จะไม่ต่ำกว่า 31.50% และอัตรากำไรสุทธิที่ไม่ต่ำกว่า 9.53% จากปีก่อน

รายงาน : พัทธ์ธีรา ศรีพีรพงศ์
ติดอาวุธปัญญา…กดติดตาม (subscribe)
https://line.me/R/ti/p/%40kro3673w