SGPครึ่งแรกฟอร์มแจ่มซุ่มดีลร่วมทุนคลังอินโด

ทันหุ้น – SGP ส่งซิกครึ่งแรกปี 2561 ฟอร์มแจ่มอานิสงส์ดีมานด์ทะลัก-ราคา LPG พุ่ง พร้อมปักเป้าปีนี้ยอดขายตามฝัน 3.5 ล้านตัน รับพอร์ตลูกค้าขยายตัว เดินหน้าทำตลาดต่างปนะเทศต่อเนื่อง ซุ่มดีลผุดคลังก๊าซอินโดนีเซียขยายฐานต่างแดนเพิ่มคาดชัดเจนปี2562 ล่าสุดเซ็น MOU เข้าร่วมประมูลจัดหาก๊าซให้ EGATi เสริมโกยเงินเพิ่ม

นางจินตณา กิ่งแก้ว รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามแก๊ส แอนด์ ปิโตรเคมีคัลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SGP เปิดเผยว่า บริษัทคาดผลงานครึ่งแรกปี 2561 น่าจะเติบโตต่อเนื่องจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีรายได้ราว 3.19 หมื่นล้านบาท เป็นผลจากแนวโน้มราคาก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) ปรับตัวดีขึ้น ประกอบกับยอดขายของธุรกิจที่เติบโต หลังบริษัทมีแนวทางตลาดต่างประเทศใหม่ๆ เพิ่มเติม

ปัจจุบันสัดส่วนรายได้ของ SGP แบ่งเป็น การจัดส่งผลิตภัณฑ์ LPG ไปขายในต่างประเทศ มีสัดส่วนเกือบ 70% ที่เหลือเป็นการจัดจำหน่ายให้กับลูกค้าในประเทศ รวมทั้งมีแนวคิดขยายฐานลูกค้าทั้งในและต่างประเทศอย่างต่อเนื่องเพื่อเสริมรายรับในอนาคตให้ดียิ่งขึ้น

สำหรับผลประกอบการปี 2561 บริษัทเชื่อว่ายอดขายเป็นตามเป้าที่ตั้งไว้ราว 3.5 ล้านตัน เติบโต 10% เมื่อเทียบกับปี 2560 เป็นผลมาจากธุรกิจที่หันมามุ่งให้ความสำคัญกับการทำตลาดต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลให้ความต้องการ LPG ขยับสูงขึ้นอย่างชัดเจน นอกเหนือจากราคา LPG ที่มีทิศทางปรับตัวดีขึ้น

ขณะที่แนวโน้มราคา LPG ปีนี้ทาง SGP ประเมินคงปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับปี 2560 ที่บริษัทขายเฉลี่ยประมาณ 485 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับตัวดีขึ้น แต่เชื่อราคาเฉลี่ย LPG ในตลาดทั้งปีนี้คงเฉลี่ยไม่เกิน 600 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน (ปัจจุบันราคาตลาดโลกอยู่ที่กว่า 500 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน)

ซุ่มผุดคลังก๊าซอินโด

ปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างการศึกษาเรื่องการก่อสร้างโรงงานและคลังบรรจุก๊าซ LPG ในประเทศอินโดนีเซียเพิ่มเติม ขนาดปริมาณสำรอง 3,000-5,000 ตันโดยเบื้องต้นรูปแบบอาจจะเป็นการร่วมทุนกับพันธมิตรในต่างประเทศ คาดน่าจะได้เห็นความชัดเจนเกี่ยวกับรายละเอียดต่างๆ ในช่วงปี 2562 ซึ่งหากทุกอย่างสำเร็จคงช่วยสนับสนุนฐานลูกค้าของธุรกิจในต่างประเทศเติบโตต่อเนื่อง

“ในแง่ความคืบหน้าคลังบรรจุก๊าซในมาเลย์แห่งที่ 2 ขนาดสำรอง 3,000-5,000 ตันนั้น ขณะนี้การก่อสร้างคืบหน้าไปค่อนข้างมากแล้ว เชื่อคงเปิดใช้งานได้ในไตรมาส 3/2561 และน่าจะช่วยสนับสนุนให้ยอดขาย LPG ในประเทศดังกล่าวปรับตัวเพิ่มเป็น 10,000 ตันต่อปี จากเดิมที่เฉลี่ยราว 3,000 ตันต่อปี ส่วนคลังในเมียนมา ซึ่งมีขนาดสำรองใกล้เคียงกันนั้นก็น่าจะเปิดได้ช่วงปลายปีนี้ และคงทำให้ศักยภาพการดำเนินธุรกิจในต่างประเทศดียิ่งขึ้น” นางจินตณากล่าว

ขณะเดียวกันช่วงที่ผ่านมาทาง SGP ได้มีการเข้าไปลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานดีเซลในเมียนมาเพิ่มเติมเพื่อจำหน่ายไฟฟ้าให้กับสหกรณ์หมูบ้านโดยตรง เฟสที่ 1 ขนาดผลิต 10 เมกะวัตต์ คาดเปิดขายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (COD) ได้ในเดือนเมษายนนี้ ซึ่งโครงการดังกล่าวทาง SGP ถือหุ้นสัดส่วน 33% และใช้เงินลงทุนไปราว 2.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และน่าจะเป็นการช่วยขยายช่องทางสร้างรายรับอีกทางหนึ่ง

MOUกฟผ.จัดหาก๊าซ

อย่างไรก็ดี ล่าสุดทางนายศุภชัย วีรบวรพงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามแก๊ส แอนด์ ปิโตรเคมีคัลส์ จำกัด (มหาชน) ระบุว่า เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2561 ที่ผ่านมา บริษัทฯและบริษัท กฟผ.อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงเบื้องต้น (MOU) เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการเป็นผู้จัดหาและจัดส่งก๊าซธรรมชาติเหลว (Liquefied Natural Gas–LNG) เพื่อป้อนให้กับโรงไฟฟ้าในประเทศไทย ตามแผนสำรองพลังงานของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)

โดยโครงการจัดหาก๊าซ LNG ถือเป็นโครงการที่เป็นประโยชน์สำหรับประเทศ ในการสำรองการผลิตไฟฟ้า เพื่อความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ SGP ในฐานะผู้ประกอบการนำเข้าก๊าซรายใหญ่ในเอเชีย และกฟผ.อินเตอร์ฯ มั่นใจว่าจะสามารถจัดหาและจัดส่งก๊าซ LNG ให้กับโรงไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ