บิ๊กMTLSแจง3ประเด็นร้อนไม่หวั่นโจมตีเร่งยอดสินเชื่อ

ทันหุ้น – “ชูชาติ” บิ๊ก MTLS เคลียร์ทุกเรื่องหลังถูกโจมตีหนัก ชี้ไม่มีอะไรต้องวิตก ทั้งกรณีร่างพ.ร.บ.การกำกับดูแลผู้ให้บริการทางการเงิน มั่นใจยึดเกณฑ์ที่ได้รับอนุญาตปัจจุบัน ไม่มีคุมดบ.ที่ 15% พร้อมปฏิเสธ DSI ดำเนินคดีแค่ข่าวลือ เล็งเปลี่ยนชื่อเป็น “เมืองไทย แคปปิตอล” เหตุไม่ได้ทำธุรกิจลิสซิ่ง ยืนยันปีนี้โตตามเป้า 40% และ คุม NPL ไม่เกิน 1.5%

นายชูชาติ เพ็ชรอำไพ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เมืองไทย ลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ MTLS ได้ชี้แจงกรณีบริษัทถูกโจมตี  3 ประเด็นหลัก ประกอบด้วย 1.ข่าว ร่าง พรบ.ดูแลผู้ให้บริการการเงินใหม่ กำหนดคำนวนดอกเบี้ย15% 2.ดีเอสไอดำเนินคดีบริษัท และ 3.การที่บริษัททำธุรกิจลิสซิ่ง ซึ่งไม่มีสิ่งใดต้องวิตกสามารถชี้แจงได้ทุกเรื่อง

ในส่วนความวิตกเกี่ยวกับเรื่อง การยกร่างพ.ร.บ.การกำกับดูแลผู้ให้บริการทางการเงิน และให้มีหน่วยงานที่จัดตั้งขึ้นใหม่มากำกับดูแลโดยเฉพาะ เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคไม่ให้ถูกเอาเปรียบจากการคิดดอกเบี้ย และค่าธรรมเนียมที่สูงเกินไป ประเด็นนี้มีการคาดการณ์กันเองว่าอาจจะมีการกำหนดให้มีการคำนวณดอกเบี้ยที่ 15% ซึ่งความเป็นจริงแล้วขณะนี้ยังไม่มีข้อสรุปออกว่าจะให้คิดเป็นร้อยละเท่าใด

แต่โดยส่วนตัวเชื่อว่าน่าจะมีการนำฐานข้อมูลการคำนวณดอกเบี้ยและกฎเกณฑ์ของการปล่อยสินเชื่อในรูปแบบต่างๆ ที่ได้เคยอนุมัติมาก่อนหน้านี้ใช้เป็นส่วนประกอบ อาทิ กระทรวงการคลังได้ออกใบอนุญาตปล่อยเงินกู้ พิโก ไฟแนนซ์ (Pico Finance) คิดดอกเบี้ย 36% แบบมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ดังนั้น การที่วิตกกังวลว่าจะให้คิดดอกเบี้ย 15% จึงเป็นไปไม่ได้

DSI ดำเนินคดีแค่ข่าวลือ

นายชูชาติ ระบุด้วยว่า เห็นด้วยการบังคับใช้ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว จะส่งผลดีกับทุกฝ่ายไม่ว่าจะเป็นการดูแลให้การให้บริการทางการเงินมีคุณภาพ ประชาชนได้รับการดูแลไม่ให้ถูกเอารัดเอาเปรียบจากกกลุ่มทุนนอกระบบ ที่สำคัญ คือการก่อเกิดหน่วยงานกำกับดูแลที่ชัดเจน ทำให้ผู้ประกอบการทำงานง่ายขึ้นด้วยและมีความเท่าเทียมในการดำเนินธุรกิจ

สำหรับกระแสข่าวลบเรื่อง กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI ดำเนินคดีกับบริษัทฯ ซึ่งเรื่องดังกล่าวเป็นเพียงข่าวลือไม่มีความจริงใดๆ ทั้งสิ้น เมืองไทย ลิสซิ่ง ไม่เคยถูก DSI ดำเนินคดีใดเลย

ส่วนกระแสข่าวลบสุดท้ายคือ MTLS ทำธุรกิจ “ลิสซิ่งหรือเช่าซื้อ”  ความจริงคือ ” เมืองไทย ลิสซิ่ง” แม้จะมีคำว่า “ลิสซิ่ง” ในชื่อ แต่บริษัททำธุรกิจเพียงอย่างเดียวคือการ “ปล่อยสินเชื่อ”

เปลี่ยนชื่อเป็น เมืองไทย แคปปิตอล

ดังนั้นในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2561 ในเดือนเมษายนนี้ จึงจะขอมติจากผู้ถือหุ้นเพื่อเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น “บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MTC นั้น เพื่อขจัดความเข้าใจผิดของทุกคนและให้เข้าใจถูกต้องตรงกันว่า บริษัทฯ ประกอบธุรกิจ “สินเชื่อ” มิใช่ “เช่าซื้อ”

“ตอนนี้มีกระแสข่าวลือและข่าวลบเข้ามามาก ผมจึงอยากชี้แจงให้ชัดเจนเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องตรงกัน ไม่มีอะไรต้องกังวลหรือเป็นห่วงเลย”

ธุรกิจยังสดใส

สำหรับการดำเนินธุรกิจ MTLS ยังสามารถเติบเติบได้อย่างดียิ่ง คาดว่าปี 2561 จะขยายตัวโดดเด่นต่อเนื่อง จากยอดการปล่อยสินเชื่อเพิ่มขึ้น โดยปัจจุบันบริษัทฯมียอดปล่อยสินเชื่อใหม่มากขึ้นกว่า 40% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งปีนี้ได้ตั้งเป้าหมายการเติบโตของสินเชื่อจะอยู่ที่ 8 หมื่นล้านบาท โดยบริษัทให้ความสำคัญเรื่องของการควบคุมคุณภาพสินเชื่ออย่างรัดกุม เพื่อทำให้ยอดหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือ NPL คงอยู่ระดับไม่เกิน 1.5 % ขณะเดียวกันถือว่าเป็นระดับที่ต่ำกว่าอุตสาหกรรมในปัจจุบัน และบริษัทฯยังมีเป้าหมายเพิ่มลูกหนี้คงค้างสิ้นปีให้มาอยู่ที่ระดับ 5 หมื่นล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นจาก 3.5 หมื่นล้านบาท

นายชูชาติ กล่าวอีกว่า การที่สินเชื่อมีแนวโน้มเติบโตได้ดี เนื่องจากมีจำนวนสาขามากขึ้น โดยมีเป้าหมายขยายสาขาแตะ 4,000 แห่งในปี 2563 ครอบคลุมทั่วประเทศ จากปัจจุบันมีสาขาอยู่ที่ 2,500 แห่ง ดังนั้น เมื่อจำนวนสาขาเพิ่มทำให้บริษัทฯ สามารถขยายฐานลูกค้าได้มากขึ้นเช่นกัน