TOA สดใส กูรูแห่ชี้ต้านสวย ฐานแน่น ขยายกำลังผลิต AEC หนุน

ผู้สื่อข่าว “ทันหุ้นออนไลน์” รายงานว่า ราคาหุ้น “บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TOA” ในการซื้อขายเช้านี้ เพิ่มขึ้น +1.35 % แตะระดับ 37.50 บาท โบรกมองสัญญาณกราฟขาขึ้น ผลงานแกร่ง ขยายกำลังการผลิต AEC ช่วงครึ่งปีหลัง

บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ระบุว่า TOA ราคากำลังอยู่ในแนวโน้มาขึ้น โดยมีราคาที่อยู่เหนือเส้น EMA ระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาวตามลำดับ ซึ่งลักษณะดังกล่าวหมายถึงการที่ราคาเป็นแนวโน้มขาขึ้น จึงอาจเห็นราคาปรับตัวขึ้นต่อไปได้

นอกจากนี้ ยังมีสัญญาณบวกจาก Stochastic ที่มี %K ตัดขึ้นเหนือ %D จึงเป็นอีกสัญญาณหนึ่งที่จะช่วยยืนยันว่าราคายังเป็นแนวโน้มขาขึ้น และอาจปรับตัวขึ้นต่อได้ โดยประเมินต้านระยะสั้นไว้ที่ 37.50 และ 38.50 บาท ตามลำดับ แนะนำรอรับที่ 36.25 บาท โดยมีเป้าทำกำไรที่ 38.50 บาท และ Cut Loss ที่ 35.50 บาท

ขณะที่ ฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ว่า TOA เป้าพื้นฐาน 40.5 บาทประเมินรูปแบบราคา Sideway up แนวรับ 36 บาท แนวต้าน 38.5 บาท และ 39.25 บาท Stop loss 35.25 บาท

ทั้งนี้ฝ่ายวิจัยฯยังคงมุมมองบวกต่อแนวโน้มผลการดำเนินงานปีนี้ โดยคาด EPS โต 38.9% YoY จากการปรับราคาขายสีขึ้นสะท้อนต้นทุนวัตถุดิบ เป็นบวกต่ออัตรากำไรขั้นต้น การขยายกำลังการผลิตใน AEC ช่วงครึ่งหลังของปี61รวมทั้งการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย และการงลงทุนภาครัฐฯและเอกชน

ด้านนายพงษ์เชิด จามีกรกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TOA ผู้นำสีทาอาคารในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน กล่าวว่า บริษัทประสบความสำเร็จในการเจรจาราคาวัตถุดิบล่วงหน้ากับซัพพลายเออร์ เพื่อขอยืนราคาไทเทเนียมไดออกไซด์ (Titanium Dioxide) ที่เป็นวัตถุดิบหลักในกระบวนการผลิตสีทาอาคารเป็นระยะเวลา 1 ปี (ตลอดปี 2561)โดยปริมาณที่ขอล็อกราคาล่วงหน้าคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 50% ของความต้องการใช้ในปีนี้ ซึ่งจะส่งผลดีต่อการควบคุมต้นทุนการผลิตสินค้า หลังจากที่ราคาไทเทเนียมไดออกไซด์เป็นทิศทางขาขึ้น โดยในปีที่ผ่านมาราคาปรับขึ้นแล้วประมาณ 20% และนับจากปลายปี 2560 ถึงปัจจุบันปรับขึ้นประมาณ 4% อย่างไรก็ตามประเมินว่าแนวโน้มราคาในปี 2561 คาดว่าจะเพิ่มขึ้นไม่เกิน 10%

ขณะเดียวกัน เมื่อเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา TOA ได้ทยอยปรับขึ้นราคาสินค้ากลุ่มผลิตภัณฑ์สีทาอาคาร (Decora-tive Paint and Coating Products) ซึ่งเป็นพอร์ตรายได้หลัก ทั้งเกรดพรีเมียม เกรดปานกลางและเกรดอีโคโนมีเฉลี่ย 5% เพื่อชดเชยต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น โดยมั่นใจว่าการปรับขึ้นราคาสินค้าครั้งนี้จะไม่ส่งผลกระทบกับยอดขาย เนื่องจากผู้ประกอบการ รายอื่นๆ ก็ได้รับผลกระทบจากต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นเช่นเดียวกันและเริ่มทยอยปรับขึ้นราคาสินค้าแล้ว

จากแผนงานดังกล่าวจะส่งผลดีต่อการเพิ่มขีดความสามารถการทำกำไรและอัตรา EBITDA (กำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย) โดยในปีนี้ตั้งเป้าเพิ่มอัตรา EBITDA เป็น 18.5% ซึ่งเป็นระดับปกติที่เคยทำได้ เทียบกับปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 15.9% เนื่องจากได้รับผลกระทบจากราคาวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นและบริษัทชะลอการปรับขึ้นราคาสินค้าเนื่องจากภาพรวมเศรษฐกิจไม่เอื้ออำนวย

รายงาน : พัทธ์ธีรา ศรีพีรพงศ์
อย่าลืมกดติดตาม (subscribe)
Fanpage : ทันหุ้น
Youtube : thunhoon V.I.P
www.thunhoon.com
ติดตามข่าวสารผ่าน LINE ฟรีคลิ๊กเลย
https://line.me/R/ti/p/%40kro3673w