MTLSแบไต๋Q1งบแจ่มชงผถห.เปลี่ยนชื่อบริษัท

ทันหุ้น – MTLS ส่งซิก Q1/2561 ฟอร์มแจ่มกว่าช่วงเดียวกันปีก่อน อานิสงส์ยอดสินเชื่อพุ่งทะยาน พร้อมวางเป้าปี 2561 ตัวเลขสินเชื่อใหม่ไว้ระดับ 8 หมื่นล้านบาท เติบโต 40% เมื่อเทียบกับปี 2560 รับพอร์ตลูกค้าขยายตัว แถมเดินหน้าเปิด 600 สาขาใหม่ทั่วไทย กรุยทางรับทรัพย์เพิ่ม แถมชงผู้ถือหุ้นเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น “เมืองไทย แคปปิตอล” หวังเข้าถึงนักลงทุนได้ดียิ่งขึ้น คาดชัดเจน 21 เมษายนนี้

นายชูชาติ เพ็ชรอำไพ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เมืองไทย ลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ MTLS เปิดเผยว่า บริษัทคาดผลงานในไตรมาส 1/2561 น่าจะเติบโตต่อเนื่องจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ราว 1.56 พันล้านบาท หลังตัวเลขการปล่อยสินเชื่อของบริษัทในช่วง 2 เดือนแรกปีนี้ (ม.ค.-ก.พ.) เติบโต 40% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมียอดหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ไม่เกิน 1.5%

รุกอัพพอร์ตสินเชื่อ

ขณะที่ในปี 2561 บริษัทตั้งเป้ายอดการปล่อยสินเชื่อไว้ที่ระดับ 8 หมื่นล้านบาท หรือขยายตัว 40% เมื่อเทียบกับปี 2560 ผลมาจากธุรกิจมีการขยายฐานลูกค้าใหม่ๆ เพิ่มเติม หลังมีแนวทางเปิดสาขาใหม่ในปีนี้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งน่าจะช่วยทำให้ตัวเลขการปล่อยสินเชื่อเป็นไปตามที่วางไว้ และจากปัจจัยดังกล่าวเชื่อคงช่วยสนับสนุนให้เคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกันและดีต่อเนื่องจากปี 2560 ที่ราว 7.47 พันล้านบาท

“ไม่เพียงเท่านั้นเราได้มีการวางแผนระยะยาว 3 ปีนับจากนี้ (ปี 61-63) ยอดปล่อยสินเชื่อและรายได้เติบโตมากยิ่งขึ้น โดยคาดอัตราการเติบโตของผลงานปี 2561-2562 เติบโตไม่ต่ำกว่า 40% และปี 2563 เติบโตไม่ต่ำกว่า 30% บนพื้นฐานการเปิดสาขาใหม่เฉลี่ยปีละ 600 สาขา ในปี 61 มีสาขารวม 2,800 สาขา ปี 62 มี 3,400 สาขา และในปี 63 สาขาจะเพิ่มขึ้นเป็น 4,000 สาขา ซึ่งการขยายสาขาแต่ละแห่งนั้นคาดใช้ปีนี้ราวมีงบราว 250,000-800,000 บาทต่อสาขา” นายชูชาติกล่าว

ชงผถห.เปลี่ยนชื่อบริษัท

นอกจากนี้คณะกรรมการบริษัท อนุมัติให้เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น บมจ. เมืองไทย แคปปิตอล หรือ MTC นั้นเพื่อขจัดความเข้าใจผิดจากนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศที่ยังไม่รู้จักให้เข้าใจถูกต้องว่า บริษัทฯ ประกอบธุรกิจ “สินเชื่อ” มิใช่ “เช่าซื้อ” ซึ่งกระบวนการเปลี่ยนชื่อยังอยู่ในส่วนของคณะกรรมการบริษัทให้ความเห็นชอบแล้วเท่านั้น ส่วนรายละเอียดยังคงต้องรอปรึกษาหารือ และผ่านการอนุมัติจากผู้ถือหุ้นต่อไป

“ระยะนี้มีบุคคลภายนอกเข้าใจ “เมืองไทย ลิสซิ่ง” ผิดในหลายๆ เรื่อง ทั้งเรื่องที่เข้าใจว่าเราคิดดอกเบี้ยแพงเกินจริง หรือกระทั่งบางคนเข้าใจผิดว่าเราทำธุรกิจเช่าซื้อ ตรงนี้ผมต้องขอย้ำอีกครั้งว่า MTLS เป็นบริษัทมหาชนที่ปฏิบัติตามกฎหมายทุกประการ อัตราดอกเบี้ยเป็นธรรมต่อลูกค้าแน่นอน เป็นทางเลือกที่ดีช่วยให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งเงินกู้ได้สะดวก โดยไม่ต้องไปเสี่ยงกู้นอกระบบ ส่วนอีกประเด็นที่มีคนคิดว่าเราทำเช่าซื้อด้วยนั้น เพื่อความชัดเจน คณะกรรมการจึงลงมติกันว่าจะเปลี่ยนชื่อเป็น บมจ.เมืองไทย แคปปิตอล หรือ MTC เพื่อป้องกันความสับสนต่อไป”นายชูชาติกล่าวเพิ่มเติม

ยันคิดดบ.ตามกฎหมาย

ด้านนายปริทัศน์ เพชรอำไพ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท เมืองไทยลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) กล่าวเสริมว่า ในแง่ประเด็นเกี่ยวกับกระแสข่าวลือเชิงลบต่อบริษัทเรื่องการจัดเก็บอัตราดอกเบี้ยเกินกว่าที่กำหนดนั้นทาง MTLS ขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริง

โดยการปล่อยสินเชื่อที่มีหลักประกันนั้นกฎหมายแพ่งและพาณิชย์กำหนดให้จัดเก็บได้ไม่เกินปีละ 15% และค่าธรรมเนียมการขอใช้สินเชื่อขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีการคิดอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมรวมปีละราว 23% แบ่งเป็น ดอกเบี้ยต่อปีราว 15% และที่เหลือเป็นค่าธรรมเนียมต่อปี และถือว่าสอดคล้องตามที่กฎหมายระบุไว้แทบทั้งสิ้น รวมทั้งตัวเลขดังกล่าวยังอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมด้วย