จับตาหุ้นติดดัชนีFTSE TOP-ORI-BCPGเข้าวิน

ทันหุ้น – จับตาหุ้นเข้าดัชนี FTSE Small Cap วันนี้ (16 มี.ค.61) โฟกัส SCC-TOP-ORI-M-BCPG แรลลี่รับข่าวดี โบรกส่องพื้นฐาน TOP เด่น เคาะเป้า 118 บาท กำไรหลักไตรมาส 1/2561 ปรับตัวดีขึ้น รับไฮซีซันฤดูหนาว หนุนค่าการกลั่นเพิ่มขึ้น ส่วน ORI ชี้รายได้-กำไร เติบโตเร็วสุดในกลุ่มอสังหา และเด่นกว่าอุตสาหกรรม ประเมินราคาพื้นฐาน 22.90 บาท

บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า คาดหุ้นที่จะเข้าคำนวณดัชนี FTSE Small Cap ซึ่งมีผลในวันที่ 16 มีนาคม 2561 นี้ ได้แก่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด(มหาชน) หรือ SCC, บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP, บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI, บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ M และ บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) หรือ BCPG

*TOP เป้าพื้นฐาน 118 บ.

ขณะที่แนะนำ “ซื้อ” TOP เป้าหมายพื้นฐาน 118 บาท ถึงแม้ว่า Crude Premium จะปรับตัวสูงขึ้นนับจากต้นปีจนถึงปัจจุบัน แนวโน้มกำไรหลักไตรมาส 1/2561 คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้น อุปสงค์ที่เพิ่มขึ้น ในช่วงฤดูหนาวซึ่งส่งผลให้ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ Middle Distillate ขยายตัวน่าจะช่วยกลบผลกระทบของ Crude Premium ที่สูงขึ้นและส่วนต่างราคาก๊าซโซลีนและน้ำมันเตาที่ลดลงตามปัจจัยทางฤดูกาลได้

นอกจากนี้ ส่วนต่างราคาอะโรเมติกส์น่าจะยังยืนได้ในระดับสูง (อุปทานใหม่เข้ามาไม่มาก) และคาดส่วนต่างราคาน้ำมันหล่อลื่นจะฟื้นตัว ดังนั้นจึงมีอัพไซด์ต่อคาดการณ์กำไร อ้างอิงจากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์นับจากต้นปีจนถึง ปัจจุบัน ซึ่งคาด GIM ของ TOP จะขยายตัวอย่างน้อย 0.50 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล จากไตรมาสก่อน ซึ่งชี้ถึงกาไรหลัก 3.9 พันล้านบาท

ทั้งนี้ยังคงประมาณการกาไรสุทธิปี 2561 (ซึ่งสูงกว่าคาดการณ์ของตลาด) ที่ 22.6 พันล้านบาทไว้ไม่เปลี่ยนแปลง ตัวเลขที่ตลาดประเมิน ณ ปัจจุบันชี้ถึงค่าการกลั่นที่เพียง 7 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อบาร์เรล ซึ่งมองว่า อนุรักษ์นิยมมากเกินไป สมมติฐานของฝ่ายวิจัยคาดอยู่ที่ 7.8 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ดังนั้นจึงมองว่ามีอัพไซด์ต่อประมาณการกำไรของตลาดอยู่มาก

*ORI ราคายังมีอัพไซด์

ล่าสุดบริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) ระบุว่า ราคาหุ้น ORI ปรับลงลึกไปถึง 16.60 บาท เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2561 หลังมีความกังวลเรื่องอัตรากำไรขั้นต้นของโครงการ พาร์ค 24 ที่บริษัทไปซื้อมาต่ำกว่าคาด แต่ขณะนี้ราคาหุ้นอยู่ในสภาวะการตีกลับมาแรงและเร็ว แต่ราคาปิดล่าสุดยังมีส่วนเพิ่มได้อีกถึง 16% เทียบกับราคาพื้นฐาน

ฝ่ายวิจัยจึงได้มีการปรับเพิ่มคำแนะนำเป็น “ซื้อ” จากเดิมแนะนำ “ถือ” นับได้ว่า ORI กลับมาเป็นหนึ่งใน Top Pick หลักทรัพย์กลุ่มที่อยู่อาศัย สอดรับกับการเป็นผู้ประกอบการที่อยู่อาศัยที่เติบโตเร็วที่สุดในกลุ่ม ในแง่มุมของรายได้ กำไร ยอดขาย และการเปิดขายโครงการใหม่

ขณะที่คาดว่า ORI จะยังมีการบันทึกกำไรพิเศษการขายหุ้นให้กับพันธมิตรโนมูระได้อย่างต่อเนื่อง ช่วยเสริมกำไรสุทธิให้โดดเด่น สำหรับปี 2561-2562 บันทึกอีกปีละ 449 ล้านบาท หลังปี 2560 บันทึกไปแล้ว 641 ล้านบาท

สำหรับแนวโน้มอัตราการเติบโตของปี 2561โดดเด่นกว่าอุตสาหกรรม คือ รายได้ปีนี้โต 73% กลุ่มเป็น 10% กำไรหลักโต 104% กลุ่มเป็น 19% ยอดขายปีนี้โต 36% กลุ่มเป็น 4% และการเปิดขายโครงการใหม่ปีนี้โต 98% กลุ่มเป็น 31% รวมทั้งคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะไปฟื้นตัวได้ในครึ่งหลังปีนี้ หลังพาร์ค 24 เฟส 1 ซึ่งให้อัตรากำไรขั้นต้นต่ำมีการโอนหมดแล้ว

ดังนั้นปรับเพิ่มเป็น “ซื้อ” ประเมินราคาพื้นฐานได้ที่ 22.90 บาท ด้วยวิธี SOP ทั้งนี้ยังไม่ได้รวมมูลค่า โครงการ Mix Use ใหม่ที่มูลค่า 70 พันล้านบาทไว้ในประมาณการ