เปิดเหตุผลทำไมต้องเลือก… BGRIM

ผู้สื่อข่าว “ทันหุ้นออนไลน์” รายงานว่า BGRIM โครงการในอนาคตมีพัฒนาการที่ดี solar farm ในเวียดนาม กำลังผลิต 400MW ปัจจุบันเซ็น Termsheet กับ local partners คาดประกาศดีล เมษายนนี้ โรงไฟฟ้า COD ปีนี้ 5 โครงการ กำลังการผลิตตามสัดส่วนรวม 264MW โบรกมองผลประกอบการ 5 ปีข้างหน้าโตเฉลี่ย 24% ต่อปี upsideโครงการในต่างประเทศ แนะ“ซื้อ” ราคาเหมาะสม 36.50 บาท

* * คงกำไร 2ปีโต 24% ต่อปี

บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า ยังมีมุมมองเชิงบวกต่อหุ้น BGRIM หลังเข้าประชุมในวันที่ 9 มี.ค. ที่ผ่านมา โดยเฉพาะโครงการ solar farm ในเวียดนาม ขนาดกำลังการผลิต 400MW ที่บริษัทถือหุ้น 55% เห็นพัฒนาการที่ดี ในขณะที่โครงการในอนาคตอื่นๆคาดยังคงเป็นไปตามแผนที่บริษัทวางไว้

โดย Solar farm ในเวียดนามกำลังการผลิต 400MW บริษัทถือหุ้น 55% ปัจจุบันได้มีการเซ็น Termsheet กับ local partners เป็นที่เรียบร้อย ซึ่งคาดว่าจะสามารถประกาศดีลอย่างเป็นทางการได้ในช่วงเดือนเมษายน 2018 โดยโครงการดังกล่าวมีกำหนด COD กลางปี 2019 สัญญา 20 ปีบน FIT $0.0935/kWh พร้อมประโยชน์ด้านภาษี คาดสร้างกำไรให้กับบริษัทเพิ่มราว 200 ล้านบาทต่อปี ทั้งนี้อิง IRR ที่ 12% ทั้งนี้หากรวมโครงการ Solar farm ที่เวียดนามเข้ามาจะสร้าง upside ให้กับประมาณการกำไรสุทธิของเราราว 3-5% ในช่วงปี 2019-20 และทำให้ราคาเหมาะสมหุ้นเพิ่มขึ้นอีกราว 1.5 บาท/หุ้น

ขณะที่โครงการร่วมมือกับ SIEMENS เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของโรงไฟฟ้า มีความก้าวหน้าที่ดีซึ่งปัจจุบันสามารถลดจำนวนวันการซ่อมบำรุงโดยเฉพาะช่วงทำ Major overhaul จากเฉลี่ย 25 วันลงเหลือราว 10 วันเท่านั้นซึ่งจะทำให้บริษัทมีศักยภาพในการขายไฟฟ้ามากขึ้น นอกจากนี้ยังมีการปรับปรุงระบบจัดการโรงไฟฟ้าใหม่ทำให้ Heat rate ดีขึ้น (ใช้ก๊าซน้อยลงในการผลิตไฟ) ซึ่งทางบริษัทประเมินสามารถลดต้นทุนค่าก๊าซธรรมชาติได้ราว 2% สำหรับโรงที่ได้รับการปรับปรุง

พร้อมกับโครงการในต่างประเทศซึ่งอยู่ระหว่างการเจรจากำลังการผลิตรวม 1,820MW (Figure 2) หากสำเร็จจะเป็น upside ให้กับประมาณการของฝ่าย

ทั้งนี้ฝ่ายวิเคราะห์ยังคงประเมินกำไรเติบโตโดดเด่นเฉลี่ย 24% ต่อปี (CAGR 2017-22) ผลประกอบการไตรมาส 1/61 มีแนวโน้มเติบโตทั้งจากไตรมาสก่อน และ ปีก่อน หลัง COD โรงไฟฟ้า ABPR3 ใน 1 ก.พ.61ที่ผ่านมาขนาดกำลังผลิตตามสัดส่วน 74MW ขณะที่ในปี 61 มีโครงการโรงไฟฟ้าที่จะ COD เพิ่มเติมในปีนี้มีทั้งสิ้น 5 โครงการกำลังการผลิตตามสัดส่วนรวม 264MW ยังเป็นไปตามแผน ในขณะที่โครงการที่เหลือการก่อสร้างคืบหน้าตามที่วางไว ทั้งนี้หาก COD โครงการใน pipeline ทั้งหมดในปี 2022 กำลังการผลิตรวม 1,703MW เพิ่มขึ้น 84% จากปี 60

ดังนั้นคงคำแนะนำ “ซื้อ” โดยประเมินราคาเหมาะสมที่ 36.50 บาท อิงวิธี DCF (WACC = 5.5%, no terminal growth) ฝ่ายวิเคราะห์ชอบBGRIM ด้วย 3 เหตุผลหลักคือ 1) กำไรสุทธิเติบโตเฉลี่ยอย่างน้อย 24% ต่อปีจากกำลังการผลิตไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น 84% และมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้ารองรับ 2) มีโอกาสเติบโตได้อีกมากจากการขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศโดยเฉพาะในแถบ CLMV 3) ราคาไม่แพงเมื่อเทียบอุตสาหกรรมโดย Normalized PEG (2017-2019) อยู่ที่เพียง 0.5x ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมที่ 1.9x ราคา อีกทั้งราคายัง Undervalue บน valuation ที่รวมเฉพาะโครงการที่มีสัญญารองรับทำให้ Downside จำกัด

* * พื้นฐานไม่เปลี่ยน แนะซื้อ

บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า ราคาหุ้นที่อ่อนตัวลงแรงในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้ Valuation มีความน่าสนใจมากขึ้น ด้วย PER 24.4 เท่า ขณะที่ผลประกอบการปกติ ปี 2561 ที่เติบโตสูงถึง 56.5% YoY และยังจะเติบโตต่อเนื่องในช่วง 5 ปีข้างหน้าไปตามกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น 42% ของกำลังการผลิตปัจจุบัน แม้การประชุมนักวิเคราะห์ จะยังไม่มีประเด็นใหม่ แต่จุดที่น่าสนใจ มาจากผู้บริหารที่ให้ความเชื่อมั่นว่าปัจจัยพื้นฐานไม่เปลี่ยนแปลง ทั้งในส่วนของโครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการ และโครงการลงทุนยังเป็นไปตามแผนที่คาดการณ์ไว้ เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย (DCF) 34 บาท

โรงไฟฟ้าที่เปิดดำเนินงาน และที่อยู่ระหว่างก่อสร้างเป็นไปตามแผน ผู้บริหารให้ความเชื่อมั่นว่าโรงไฟฟ้ายังมีการผลิตเป็นไปตามแผน ส่วนโรงไฟฟ้าที่อยู่ระหว่างก่อสร้างมีความคืบหน้าตามแผนเช่นกัน โดยในปี 2561 BGRIM มีโรงไฟฟ้าที่อยู่ระหว่างก่อสร้างและมีแผนเปิดดำเนินงานเชิงพาณิชย์ 5 โครงการ รวมกำลังผลิตตามสัดส่วน263 MW ทำให้กำลังการผลิตเติบโต 28.2% จากปีก่อน แบ่งเป็นโรงไฟฟ้า SPP โครงการโรงไฟฟ้า ABPR3 เดินเครื่องได้ตามแผนในเดือน ก.พ. อยู่ระหว่างรอลูกค้าอุตสาหกรรมเริ่มรับไฟฟ้าในเดือน เม.ย. ส่วนโรงไฟฟ้า ABPR4-5 การก่อสร้างยังเป็นตามแผนที่จะเปิดผลิตได้ในเดือน มิ.ย. และ ต.ค. ตามลำดับ อีก 2 โครงการ ได้แก่ โรงไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์ม และโรงไฟฟ้าน้ำแจ 1 มีแผนเดินเครื่องใน เดือน ธ.ค. และ ไตรมาส 4/61 ตามลำดับ

Upside จากการลดต้นทุนทางการเงินและโครงการใหม่ในเวียดนาม แม้ กกพ. จะสร้างความประหลาดใจในการตรึงค่าไฟฟ้างวด พ.ค.-ส.ค. เป็นครั้งที 3 ติดต่อกัน จะทำให้ Upside จากการปรับขึ้น Ft ที่เราเคยประเมินไว้ยังไม่เกิดขึ้น แต่ BGRIM ยังมี Upside จากการ Refinance เงินกู้ที่คาดจะช่วยลด effective interest rate ในปี 2561 เหลือ 4.6% จาก 4.7% ในปี 2560 และต่ำกว่า 4.5% ในปี 2562 ซึ่งเป็น Upside จากการประหยัดดอกเบี้ยจ่าย นอกจากนั้นยังอยู่ระหว่างการเจรจากับพันธมิตรในเวียมนามเพื่อลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์มขนาด 400 MW มีความเป็นไปได้ที่จะเห็นความชัดเจนในช่วงไตรมาสถัดไป

ความเสี่ยงจากการดำเนินงาน ความผันผวนของต้นทุนเชื้อเพลิง การเปลี่ยนแปลงนโยบาย/กฏหมายที่เกี่ยวข้องในประเทศที่เข้าไปลงทุนความผันผวนของอัตราดอกเบี้ยและ FX การต่ออายุโรงไฟฟ้า SPP รวมถึงการพึ่งพาลูกค้ารายใหญ่น้อยราย

รายงาน : พัทธ์ธีรา ศรีพีรพงศ์
อย่าลืมกดติดตาม (subscribe)
Fanpage : ทันหุ้น
Youtube : thunhoon V.I.P
www.thunhoon.com
ติดตามข่าวสารผ่าน LINE ฟรีคลิ๊กเลย
https://line.me/R/ti/p/%40kro3673w