PIMO จับตารายได้โตเท่าตัวจ้องฮุบออเดอร์นอก100ล้าน

ทันหุ้น – PIMO ใส่เกียร์เดินเครื่องโรงงาน BLDC เต็มกำลังผลิต เชื่ออัพรายได้พุ่งขี้นเท่าตัว แตะ 1-1.2 พันล้านบาทฉลุย

แย้มมีลุ้นคว้าออเดอร์ต่างแดนราว 100 ล้านบาท คาดชัดเจนเดือนเมษายนนี้ วางหมากปี 2561 เร่งปั๊มรายได้ทะยาน 15-20% พุ่งเป้าเจาะฐานลูกค้าในประเทศเป็นหลัก โชว์แบ็กล็อกแน่น 100 ล้านบาท เตรียมบุ๊กเข้าพอร์ตในปีนี้เกือบทั้งหมด โบรกปรับคำแนะนำ “ซื้อ” เป้า 2.40 บาท

นายวสันต์ อิทธิโรจนกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไพโอเนียร์ มอเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ PIMO เปิดเผยว่า บริษัทอยู่ระหว่างเจรจารับคำสั่งซื้อ(ออเดอร์) จากลูกค้าต่างประเทศ ซึ่งออเดอร์ดังกล่าวเป็นสินค้าที่ผลิตโดยโรงงาน BLDC หรือโรงงานใหม่ หลังจากบริษัทเข้าลงทุนในปี 2560 ที่ผ่านมา คาดจะรู้ผลภายในช่วงเดือนเมษายนนี้ เบื้องต้นประเมินมูลค่างานดังกล่าวน่าจะอยู่ประมาณ 100 ล้านบาท หากบริษัทได้งานเข้ามาตามแผนจะทยอยส่งมอบสินค้าให้กับลูกค้าได้ในช่วงครึ่งปีหลังเป็นต้นไป ขณะเดียวกันบริษัทมีออเดอร์เข้ามาแล้วเกือบ 100 ล้านบาท คาดจะทยอยส่งมอบสินค้าได้ในช่วงเดือนเมษายน

อวด Backlog แน่นมือ

ขณะที่ทิศทางผลประกอบการในปี 2561 คาดจะเติบโตดีและสูงกว่าปี 2560 เนื่องจากปี 2560 บริษัทมีค่าใช้จ่ายที่ปรึกษาในการเข้าลงทุนและขยายโรงงาน BLDC โดยคาดรายได้จะเติบโตประมาณ 15-20% ซึ่งการเติบโตดังกล่าวยังไม่รวมกับการจำหน่ายสินค้าที่ผลิตจากโรงงาน BLDC สำหรับงานในมือ (Backlog) ปัจจุบันมีอยู่ 100 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้เข้ามาในปีนี้เกือบทั้งหมด

ทั้งนี้หากบริษัทสามารถเดินเครื่องผลิตและจำหน่ายสินค้ากลุ่ม BLDC เต็มกำลังการผลิต คาดว่าในอีก 4-6 ปีข้างหน้าจะส่งผลให้บริษัทมีรายได้เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว หรือมียอดขายที่ 1,000-1,200 ล้านบาท จากปัจจุบันมีรายได้ที่ 500-600 ล้านบาท อีกทั้งคาดว่ามาร์จิ้นจะมีการเติบโตในทุกๆ ปี เนื่องจากสินค้ากลุ่ม BLDC มีมาร์จิ้นสูง เมื่อเทียบกับการผลิตและจำหน่ายมอเตอร์ทั่วไป

ขณะเดียวกันบริษัทจะเน้นการจำหน่ายสินค้าในประเทศมากขึ้น เนื่องจากค่าเงินบาทปรับตัวแข็งค่า ส่งผลให้กำไรสุทธิของบริษัทปรับตัวลดลงตามอัตราแลกเปลี่ยน ทั้งนี้บริษัทประเมินทิศทางการเติบโตในประเทศคาดจะเติบโตได้ถึง 10-15% โดยบริษัทจะเน้นการทำการตลาดเองโดยตรง รวมถึงการโฟกัส การเลือกซื้อวัตถุดิบจากต่างประเทศเพื่อทำให้ค่าใช้จ่าย และรายได้จากการส่งออกมีความสมดุลกัน

ปลื้มออร์เดอร์ไหลเข้าอื้อ

“ภาพรวมธุรกิจ ผลประกอบการปีนี้น่าจะดีกว่าปีก่อน คาดจะเห็นความชัดเจนตั้งแต่ไตรมาส 2/61 เป็นต้นไป เพราะเราจะเริ่มเห็นออเดอร์จากอเมริกา หรือการผลิตสินค้าจากโรงงาน BLDC เข้ามาในช่วงไตรมาส 2 ซึ่งตอนนี้เรามีออเดอร์เข้ามาเดือนครึ่ง หรือมีมูลค่าเกือบ 100 ล้านบาทแล้ว และเรายังเดินหน้าเจรจาเพื่อรับออเดอร์เข้ามาใหม่อีกด้วย”นายวสันต์ กล่าว

นายวสันต์ กล่าวก่อนหน้านี้ว่า สำหรับความคืบหน้าการขยายธุรกิจในอนาคต บริษัทมีโครงการที่อยู่ระหว่างศึกษาเพิ่มเติมอยู่ 2-3 โครงการ และบริษัทมีแผนจะเดินทางไปเจรจาร่วมกับพันธมิตรต่างประเทศ เพื่อผลักดันให้กระบวนการดำเนินการงาน อย่างไรก็ตามบริษัทยังคงเน้นการดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจผลิตและจำหน่ายมอเตอร์เป็นหลัก ซึ่งบริษัทมีความเชี่ยวชาญในธุรกิจดังกล่าว และยังไม่มีแผนที่จะขยายไปในธุรกิจอื่นๆ

บริษัทหลักทรัพย์ เออีซี จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ว่า  แม้ผลดำเนินงานปี 2560 ไม่สวยงามนัก จากค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นมาก แต่หากมองข้ามไปปี 2561 คาดเริ่มเห็นผลบวกจากการลงทุนใน VSM Thailand ที่มีมาร์จิ้นสูงกว่าสินค้าเดิม บวกกับยอดส่งออกที่มีพัฒนาการดีขึ้นเรื่อยๆ อีกทั้งราคาหุ้นปรับลงมากว่า 12% นับจากที่แนะนำ “ขาย” ทำให้กลับมามี Upside 13.2% จากมูลค่าพื้นฐานปี 2561 (Fully Diluted) ที่ 2.40 บาท (อิง PER 29.3x) ซึ่งคิดเป็น PEG ที่ 0.8x จึงปรับเพิ่มคำแนะนำจาก “ขาย” เป็น “ซื้อ”