ETE วิศวกรรมไฟฟ้าพารวยแบ็กล็อก600ล.-งบพุ่ง123%

ทันหุ้น – “ไรวินท์ เลขวรนันท์” บิ๊กบอส ETE ชี้ธุรกิจวิศวกรรมโดดเด่น อวดแบ็กล็อกเต็มหน้าตัก 500-600 ล้านบาท เตรียมบุ๊กเข้ากระเป๋าปีนี้ 90% ปักธงรายได้ปี 61 โต 20-30% เชื่อทิศทางไปได้สวย โชว์ผลงานปี 2560 กำไรโตเร้าใจ 123.91% แตะ 70 ล้านบาท

นายไรวินท์ เลขวรนันท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บูรพา เทคนิคอล เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ ETE เปิดเผยว่า คาดทิศทางธุรกิจในปี 2561 จะเติบโตต่อเนื่องและสูงขึ้นจากปี 2560 โดยมีปัจจัยจากการที่บริษัทไม่มีค่าใช้จ่ายในการเข้าจดทะเบียนในตตลาดหลักทรัพย์ รวมถึงบริษัทมีการจัดการบริหารค่าใช้จ่ายภายในองค์กร ทำให้ความสามารถในการบริหารจัดการปรับตัวดีขึ้น อีกทั้งทิศทางงานหรือธุรกิจ Outsourcing เพิ่มขึ้นตามความต้องการใช้แรงงาน หลังค่าแรงขั้นต่ำปรับตัวเพิ่มขึ้น ทำให้ความต้องการแรงงานมากขึ้นตามไปด้วย ทั้งนี้บริษัทประเมินทิศทางมูลค่างานOutsourcing จะมีมูลค่าราว 3,000 ล้านบาท โดยบริษัทจะพยายามรักษาฐานการได้งานให้ใกล้เคียงกับปีก่อนที่ 20-25%

วิศวกรรมไฟฟ้าหนุนโต

ขณะที่งานบริหารจัดการทั้งระบบ ปัจจุบันบริษัทมีงานในมือ(Backlog) อยู่ที่ 40-50 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากช่วงที่ผ่านมา และจะทยอยรับรู้รายได้เข้ามาในปีนี้เกือบทั้งหมด ส่วนธุรกิจเทรดดิ้งยังมีทิศทางที่ดี โดยในปี 2561 จะทยอยรัยรู้รายได้เข้ามาในไตรมาส 1 และ 2 นี้ 95 ล้านบาท และบริษัทจะมองหางานใหม่เข้ามาแทนที่งานเดิมหลังจากรับรู้รายได้เข้ามาแล้ว

ขณะเดียวกันธุรกิจวิศวกรรม ทั้งวิศวกรรมไฟฟ้าและสื่อสารยังมีอัตราการเติบโต โดยเฉพาะในวิศวกรรมไฟฟ้า ซึ่งจะเป็นธุรกิจที่โดดเด่นและผลักดันผลประกอบการบริษัทให้เติบโตต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมี Backlog อยู่ที่ 500-600 ล้านบาทคาดจะรับรู้เข้ามาในปี 2561ประมาณ 90% อีกทั้งบริษัทเตรียมเข้าร่วมประมูลงานใหม่ มูลค่า 4,000 ล้านบาท อย่างไรก็ดีบริษัทคาด Backlog ในช่วงเดือนเมษายนจะเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน แต่จะเพิ่มขึ้นเป็นเท่าไรนั้นยังไม่สามารถบอกได้ เนื่องจากต้องดูภาวะการแข่งขันในอุตสาหกรรมด้วย

ส่วนธุรกิจวิศวกรรมสื่อสาร บริษัทจะพยายามรักษาฐานรายได้ให้ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา ซึ่งปัจจุบันมี Backlog อยู่ที่ราว 80 ล้านบาท พร้อมกันนี้บริษัทอยู่ระหว่างศึกษาแผนการขยายไลน์ธุรกิจวิศวกรรมอื่นๆ เพิ่มเติม โดยคาดจะเห็นความชัดเจนได้ภายในไตรมาส 2/2561

โชว์กำไรพุ่ง 123.91%

นายไรวินท์ กล่าวต่อว่า สำหรับปี 2561 บริษัทคาดรายได้จะเติบโต 20-30% ต่อจากปี 2560 สำหรับรายได้หลักจะมาจากธุรกิจวิศวกรรม ส่วนธุรกิจพลังงานบริษัทจะรับรู้รายได้ และกำไรเข้ามาในปี 2561 เต็มปี เนื่องจากช่วงเดือนมกราคม 2560 บริษัท COD โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์ฟาร์ม) ไม่เต็มเดือน ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีกำลังการผลิตพลังงานทั้งหมด 16.47 เมกะวัตต์ อย่างไรก็ตามในปี 2561 บริษัทยังไม่มีแผนจะลงทุนเพิ่มเติม เนื่องจากต้องการโฟกัสธุรกิจที่มีอยู่ให้เดินหน้าอย่างเต็มประสิทธิภาพ

ด้านผลประกอบการรายได้รวมเพิ่มขึ้น 168.58 ล้านบาท หรือคิดเป็นกำไรเพิ่มขึ้นในอัตรา 11.94% จาก 1,411.68 ล้านบาทในปี พ.ศ.2559 เป็น 1,580.25 ล้านบาทในปี พ.ศ. 2560 โดยเป็นการเพิ่มขึ้นหลักจากกลุ่มงานวิศวกรรมไฟฟ้าและจากธุรกิจพลังงานทดแทนจากแสงอาทิตย์ที่รับรู้ในปี 2560 ขณะที่กำไรสุทธิทำได้ 70.04 ล้านบาท เทียบกับปี 2559 ที่ 31.28 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38.76 ล้านบาท หรือคิดเป็น 123.91%