MALEEจ่อรับทรัพย์ก้อนโตมั่นใจยอดขายทะยาน30%

ทันหุ้น – MALEE ถึงเวลาเก็บเกี่ยวผลกำไร จับตาไตรมาส 2-3/2561 ยอดขายพุ่ง เล็งรับรู้รายได้จากการเข้าซื้อกิจการในบริษัทร่วมทุน มั่นใจยอดขายปี 2561 เติบโตไม่ต่ำกว่า 30% จากปีก่อน วางงบลงทุน 100-200 ล้านบาท ปรับปรุงเครื่องจักรรองรับการขยายไลน์เครื่องดื่มใหม่

นางสาวรุ่งฉัตร์ บุญรัตน์ ประธานผู้บริหารฝ่ายปฎิบัติการ บริษัท มาลีกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MALEE เปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้ารายได้ปี 2561 เติบโต 30% จากปีก่อน จากการเติบโตของยอดขายทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งยอดขายที่เพิ่มขึ้นในต่างประเทศจะมาจากการรับรู้รายได้จากการเข้าซื้อกิจการในบริษัทร่วมทุน ลอง ควน เซฟ ฟู้ด จำกัด ในเวียดนาม ที่คาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาส 2/2561 และเริ่มทยอยรับรู้รายได้ในไตรมาส 3/2561

โดยธุรกิจร่วมทุนกับพันธมิตร ลอง ควน เซฟ ฟู้ด จำกัด ในประเทศเวียดนาม ปัจจุบันได้ข้อสรุปการลงทุนที่ชัดเจนแล้ว โดยบริษัทจะเข้าไปถือหุ้นในสัดส่วนราว 65% ส่วนแหล่งเงินทุนจะมาจากกระแสเงินสดที่มาจากการดำเนินธุรกิจ 33% ส่วนที่เหลือจะมาจากการกู้สถาบันเงินทุนประมาณ 66% เป็นต้น อย่างไรก็ดีมองว่าการลงทุนล่าสุดในเวียดนามอาจเป็นผลบวกต่อผลประกอบการ

นอกจากนี้ บริษัทเตรียมนำผลิตภัณฑ์เกี่ยวเนื่องเครื่องใช้ส่วนตัวของบริษัท คิโน่ ( KINO) พันธมิตรในประเทศอินโดนีเซียที่ร่วมลงทุนกับ MALEE เมื่อไม่นานมานี้ มาจัดจำหน่ายในประเทศไทยภายในช่วงไตรมาส 2-3/2561 นี้ อีกด้วย โดยกลุ่มสินค้าดังกล่าวให้มาร์จิ้นที่ค่อนข้างสูง ทำให้เชื่อว่าจะเข้ามาช่วยสนับสนุนให้บริษัทมีกำไรที่ดีขึ้นในปีนี้ได้

*ปี 62 ยอดขายแตะหมื่นล.

แม้ว่ายอดขายจะเติบโตมากขึ้นแต่ยังไม่สามารถครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการลงทุนครั้งนี้ได้ จึงมองว่าการเติบโตของรายได้และกำไรสุทธิในปีนี้้จะใกล้เคียงกับปี 2560 โดยจะเห็นการเติบโตที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนภายหลังการดังทุนดังกล่าวในปี 2562 เป็นต้นไป ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นการเติบโตอย่างก้าวกระโดด และมีโอกาสเห็นการทำยอดขายแตะ 1 หมื่นล้านบาท นับเป็นสถิติสูงสุด

ทั้งนี้คาดว่าสัดส่วนการส่งออกจะสูงขึ้นจากปีก่อนที่ 36% ส่วนยอดขายในประเทศจะเพิ่มขึ้นจากการขยายตัวของลูกค้าในธุรกิจพัฒนาผลิตภัณฑ์ตามสัญญาและรับจ้างผลิต (CMG) และการเพิ่มความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ โดยจะมีการเริ่มออกสินค้าใหม่ที่ร่วมกับ MEGA ด้วย

อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าอัตรากำไรสุทธิ (Gross Margin) ทั้งปี 2561 จะอยู่ระดับ 28.73% และอัตรากำไรขั้นต้น (Net Margin) ระดับ 4.77% ซึ่งไม่ต่ำกว่าปี 2560 แน่นอน

ด้านการลงทุนอื่นๆ เพิ่มเติมในปี 2561 บริษัทมองว่าจะไม่มีการลงทุนมูลค่าสูงเมื่อในช่วงที่ผ่านมา มีเพียงการปรับปรุงประสิทธิภาพเครื่องจักร เพื่อรองรับไลน์การผลิตเครื่องดื่มรูปแบบใหม่ได้หลากหลายมากขึ้น ซึ่งคาดการณ์ใช้เงินลงทุนราว 100-200 ล้านบาท จากงบลงทุน 3 ปี (2559-2561) ตั้งไว้ที่ 1.5 พันล้านบาท ซึ่งใช้ไปแล้ว 1 พันล้านบาท