KOOL ผลงานพลิกบวก ลุยขยายตลาดเพื่อนบ้าน

ทันหุ้น – KOOL คาดปีนี้ผลการดำเนินงานพลิกกลับมาบวก ตั้งเป้ารายได้โต 25% ด้วยแรงหนุนจากสินค้าตัวใหม่ พร้อมกับรุกขยายช่องทางออนไลน์เพิ่ม ล่าสุดเตรียมงบ 30 ล้านบาท สร้างแบรนด์ติดตลาด เล็งขยายอาณาจักรบุกเพื่อนบ้าน เวียดนาม พม่า และกัมพูชา  

นายนพชัย วีระมาน กรรมการผู้จัดการ บริษัทมาสเตอร์คูล อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ KOOL เปิดเผยว่า บริษัทคาดว่าผลการดำเนินงานในปี 2561 จะสามารถกลับมาเป็นบวกได้ หลังจากปี 2560 ที่ขาดทุนสุทธิ 84.24 ล้านบาท โดยตั้งเป้าหมายรายได้เติบโต 25% จากการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ และขยายช่องทางการขายสินค้าในทุกช่องทางจำหน่าย

โดยบริษัทได้วางงบประมาณทำตลาดไว้ที่ 30 ล้านบาท เพื่อสร้างการจดจำแบรนด์และสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้มากขึ้น รวมถึงขยายช่องทางการขายสินค้าทั้งจากดีลเลอร์ และโมเดิร์นเทรด พร้อมการนำเสนอผลิตภัณฑ์ผ่านช่องทางการขายบนระบบอีคอมเมิร์ช (E-commerce) รวมถึงการขายสินค้าผ่านช่องทางเว็บไซต์ ซึ่งเป็นช่องทางที่บริษัทได้ทำการตลาดเพื่อรองรับการเข้าถึงของลูกค้าได้ครอบคลุมทั่วประเทศ

ลุยต่างประเทศ

นอกจากนี้ในช่วงครึ่งปีแรกบริษัทจะเน้นการทำตลาดในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ประเทศเวียดนาม เมียนมากัมพูชา อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ โดยในช่วงครึ่งปีหลังบริษัทจะเน้นการทำตลาดในต่างประเทศเพิ่มเติม อย่างออสเตรเลีย นิวเซีแลน และแม็กซิโก เนื่องจากเป็นช่วงหน้าร้อนของประเทศดังกล่าว

ทั้งนี้สภาพอากาศในปีที่ผ่านมาส่งผลกระทบกับบริษัทค่อนข้างมาก เพราะอากาศไม่ร้อนมาก ทำให้ความต้องการเครื่องทำความเย็นลดน้อยลง ทั้งในส่วนของเครื่องปรับอากาศและพัดลมทำความเย็น อีกทั้งการแข่งขันที่รุนแรงส่งผลให้บริษัทยังไม่สามารถปรับตัวได้ทัน แต่ปีนี้มองว่าแม้สภาพอากาศจะแปรปรวนและการแข่งขันยังสูง แต่ตลาดเครื่องทำความเย็นยังเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีขนาดตลาดใหญ่ที่สุด ทำให้บริษัทมองเห็นโอกาสและออกผลิตภันฑ์ให้ตรงกับความต้องการ รวมถึงนำนวัตกรรมใหม่เข้ามาใช้เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างตรงจุด

เย็นไล่ยุ่งดันยอดขาย

ล่าสุดบริษัทได้เปิดตัวพัดลมไอเย็นรุ่นใหม่ “เย็นไล่ยุง” ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์พัดลมไอเย็นตัวแรกของบริษัทที่มีเทคโนโลยีความเย็น และสามารถป้องกันยุงได้ ไร้สารเคมี เพราะใช้คลื่นความถี่สูง อุลตร้าโซนิค ติดตั้งภายในเครื่องเดียวกัน สามารถใช้ได้ทั้งในฤดูร้อนและฤดูฝน คาดว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจะมียอดขายในปีนี้ประมาณ 15,000-20,000 เครื่อง

นายนพชัย กล่าวว่า สำหรับภาวะเศรษฐกิจไทยในปี 2561 เชื่อมั่นว่าจะเติบโตจากปีก่อน เป็นผลจากการขยายตัวด้านการลงทุนของภาครัฐและเอกชน รวมถึงการส่งออกปีนี้ที่คาดว่าจะเติบโตดีขึ้น ส่งผลให้กำลังซื้อโดยรวมของประเทศจะปรับตัวดีขึ้นกว่าปีที่ผ่าน ทำให้ยอดจำหน่ายของบริษัทเติบโตตามไปด้วย

อย่างไรก็ตามอุตสาหกรรมเครื่องทำความเย็น โดยเฉพาะในกลุ่มตลาดพัดลมไอเย็น ปัจจุบันมีผู้ประกอบการเข้ามาทำตลาด และแข่งขันในการออกผลิตภัณฑ์มาเป็นจำนวนมาก ทั้งในรูปแบบการผลิตเอง และนำเข้าจากต่างประเทศ เช่น ประเทศจีน ในส่วนของผลิตภัณฑ์ แบรนด์ มาสเตอร์คูล ยังมั่นใจในนวัตกรรมและเทคโนโลยี รวมถึงการประหยัดพลังงาน การบริการ ที่สามารถเข้าถึงได้ทุกกลุ่มในตลาด