BANPU ชี้ถ่านหินแพงต่อปีนี้รับรู้เต็มก๊าซอเมริกา

ทันหุ้น – BANPUยันราคาเฉลี่ยถ่านหินปีนี้ไม่ต่ำ 71 เหรียญสหรัฐฯต่อตัน จ่อบันทึกรายได้แหล่งก๊าซ 6 แห่งในสหรัฐอเมริกา ที่มีกำลังการผลิต 201 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวันเต็มปี  ส่วน BPP ปี61 จะรับรู้รายได้เชิงพาณิชย์เพิ่มอีก  96.5 เมกะวัตต์  

นางสมฤดี ชัยมงคลประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) หรือ BANPU เปิดเผยว่า ธุรกิจถ่านหินในปี 2561 ตั้งเป้าปริมาณขายที่ 44.8 ล้านตันต่อปี จากปีก่อนที่มีปริมาณขายรวมอยู่ที่ 41.3 ล้านตันต่อปี

ทั้งนี้ เนื่องจากความต้องการใช้ถ่านหินยังขยายตัวเพิ่มสูงอย่างต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากอากาศที่ปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะในประเทศจีน และจากปัญหาด้านการคุมเข้มมลภาวะในประเทศจีนและการขนส่งที่ค่อนข้างเป็นอุปสรรค์ส่งผลให้ปริมาณการผลิตออกสู่ตลาดไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้งาน

ทำให้ราคาขายเฉลี่ยในปี 2560 เพิ่มขึ้นเป็น 71.1 เหรียญสหรัฐฯต่อตัน จากปี 2559 ที่ 52 เหรียญต่อตัน และประเมินแนวโน้มราคาขายเฉลี่ยในปี 2561 นี้จะไม่ต่ำกว่าปีที่ผ่านมา

รายได้ก๊าซเด่น

ขณะที่แนวโน้มธุรกิจก๊าซในปี 2561 จะค่อนข้างโดดเด่น เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาบริษัทได้มีการลงทุนในแหล่งก๊าซที่รัฐเพนซิลเวเนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ทำให้ในปัจจุบันบริษัทมีแหล่งก๊าซทั้งหมด 6 แหล่ง มีขนาดกำลังผลิตรวม 201 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ซึ่งจะรับรู้เป็นรายได้เข้ามาในปีนี้เต็มปี

ทั้งนี้ บริษัทประเมินการใช้งบลงทนในธุรกิจถ่านหินไว้ที่ 12 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และธุรกิจก๊าซไว้ที่ 20 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

ปี63มี300MW

บริษัท บ้านปู อินฟิเนอร์จี (BPIN) ซึ่งที่ผ่านมาได้ดำเนินกิจการเป็นผู้ให้บริการวางระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบครบวงจร โดยในระยะเวลาเพียง 6 เดือน (ตั้งแต่ส.ค.-ธ.ค.60) สามารถขยายกำลังผลิตไฟฟ้าได้เกือบ 100 เมกะวัตต์ (MW) คาดว่าในปีนี้จะขยายตัวเพิ่มขึ้นได้อีกเท่าตัว มีเป้าหมายภายในปี 2563 จะมีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นเป็นไม่ต่ำกว่า 300 MW

ขณะเดียวกับริษัทอยู่ระหว่างการศึกษาการลงทุนในธุรกิจต่อยอดพลังงานสะอาด (Renewables) ทั้งในรูปแบบของการควบรวมกิจการ (M&A) และการร่วมลงทุน (JV) เบื้องต้นบริษัทมองสัดส่วนการถือหุ้นจะไม่ต่ำกว่า 50% ในการลงทุนโครงการดังกล่าว คาดว่าไม่เกินช่วงครึ่งแรกปี 2561 จะได้ข้อสรุปที่ชัดเจน

BPP กำลังผลิตเพิ่ม

นายสุธี สุขเรือง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทบ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BPP กล่าวเสริมว่า ในส่วนธุรกิจพลังงานสะอาดปี 2561  บริษัทตั้งเป้าหมายกำลังการผลิต 2.16 พันMW เทียบเท่า จากปีก่อนอยู่ที่ 2.06 พันMW เทียบเท่า

ในปีนี้จะมีการเดินเครื่องเชิงพานิชย์ (COD) เพิ่มอีก 96.5 MW แบ่งออกเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar farm) ในประเทศญี่ปุ่น ขนาดกำลังผลิต 44.5 MW เทียบเท่า และโรงไฟฟ้าในประเทศจีน 52 MW

ซึ่งจะสอดคล้องต่อเป้าหมายการขยายกำลังผลิตภายในปี 2560-64 จะมีกำลังผลิตเพิ่มเป็น 2.7 พันMW  และในระยะยาวไม่เกินปี 2568 จะมีกำลังการผลิตเพิ่มเป็น 4.3 พัน MW เบื้องต้นประเมินเงินในการลงทุนเพื่อเพิ่มกำลังผลิอีกราว 700-800 ล้านเหรียญสหรัฐ

ปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างการศึกษาการลงทุนโรงไฟฟ้าในประเทศจีน ญี่ปุ่น และประเทศเพื่อนบ้านแถบ CLMV เพิ่มเติม คาดใช้งบลงทุนในปีนี้ไว้ที่ 80 ล้านเหรียญสหรัฐ  และวางงบลงทุนรองรับการขยายตัวของธุรกิจพลังงานยุคใหม่ (EPS) อีก 70 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งยังไม่รวมการควบรวมกิจการและการร่วมทุนอื่นๆ