SGP ปันผล1บ.จัดงบ2พันล้านลุยธุรกิจเอเซีย

ทันหุ้น –SGP ควักกระเป๋าจ่ายปันผลในอัตรา 1 บาทต่อหุ้น หลังปั๊มกำไรปี 2560 เติบโตกว่า 151% ทะลุ 2,811 ล้านบาท โกยรายได้แตะ 6 หมื่นล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของปริมาณขายและราคาก๊าซ LPG ส่วนรายได้ปี 2561 ตั้งเป้ารายได้ไม่ต่ำกว่า 6.5 หมื่นล้านบาท พร้อมทุ่มงบลงทุนกว่า 2,000 ล้านบาท พร้อมก้าวสู่ผู้นำด้านพลังงานครบวงจรในภูมิภาคเอเชีย

นางจินตณา กิ่งแก้ว รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามแก๊ส แอนด์ ปิโตรเคมีคัลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SGP เปิดเผยว่า ผลประกอบการปี 2560 บริษัทมีกำไรสุทธิ 2,811.10 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 151.28% จากปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 1,118.72 ล้านบาท โดยมีรายได้จากการขาย จากการขนส่ง และการให้บริการ 59,152.26 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.82% จากปีก่อนที่ 48,161.41 ล้านบาท

รายได้โดยรวมเพิ่มขึ้นจากธุรกิจจำหน่ายก๊าซ LPG ทั้งในและต่างประเทศ จากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นและราคาก๊าซ LPG ในตลาดโลก ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่าปีก่อน โดยราคาก๊าซ LPG ในตลาดโลก สำหรับปี 2560 และปี 2559 มีราคาเฉลี่ยประมาณ 485 ดอลลาร์สหรัฐต่อเมตริกตัน และ 340 ดอลลาร์สหรัฐต่อเมตริกตัน ตามลำดับ

*จัดหนักปันผล 1 บาท

นอกจากนี้ คณะกรรมการบริษัท (บอร์ด) มีมติอนุมัติเงินปันผลงวดครึ่งปีหลัง 2560 ในอัตรา 1.00 บาทต่อหุ้น ซึ่งกำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล(XD) ในวันที่ 8 มีนาคม 2561 และจ่ายวันที่ 9 พฤษภาคม 2561 ขณะเดียวกัน บอร์ดยังมีมติเปลี่ยนแปลงมูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) เหลือหุ้นละ 0.50 บาท จากเดิมหุ้นละ 1 บาท เพื่อเพิ่มสภาพคล่องหมุนเวียนในการซื้อขายหลักทรัพย์ฯ หลังจากในช่วงที่ผ่านมามีนักลงทุนสถาบัน กองทุน และนักลงทุนทั่วไป สนใจเข้ามาลงทุนในหุ้น SGP เป็นจำนวนมาก แต่มีข้อจำกัด ในเรื่องของสภาพคล่อง ทำให้จำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลงพาร์ใหม่

สำหรับแผนการดำเนินงานในปี 2561 บริษัทตั้งเป้ารายได้เติบโตที่ระดับ 65,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากคาการณ์ในปีนี้ที่ระดับ 60,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นไปตามราคาก๊าซปิโตรเลียม (LPG) ในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นมาอยู่ที่ 580 ดอลลาร์ต่อเมตริกตัน และปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น โดยตั้งงบลงทุนในปีนี้กว่า 2,000 ล้านบาท รองรับแผนลงทุนใหม่ๆ เพื่อเตรียมความพร้อมก้าวสู่ผู้นำด้านพลังงานครบวงจรในภูมิภาคเอเชีย ภายในปี 2565

*ตั้งบริษัทร่วมทุน

ทั้งนี้ บริษัทได้จัดตั้งบริษัทร่วมทุน 3 บริษัท ได้แก่ บริษัท TSM Company Limited (TSM) ในสัดส่วนร้อยละ 33 ของจำนวนหุ้นทั้งหมด (2) บริษัท Asiatech Infrastructure Company Pte. Ltd. (AIC) ในสัดส่วนร้อยละ 33 ของจำนวนหุ้นทั้งหมด และ (3) Southern Myanmar Development Company Limited (SMD) ในสัดส่วนร้อยละ 33 ของจำนวนหุ้นทั้งหมด

โดยมีมูลค่าเงินลงทุนทั้งสิ้นประมาณ 2.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (คิดเป็นประมาณ 78.80 ล้านบาท คำนวณตามอัตราแลกเปลี่ยนถัวเฉลี่ย ณ วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2561 ในอัตรา 1 ดอลลาร์สหรัฐเท่ากับ 31.5985 บาท) เพื่อเป็นการลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานดีเซล ขนาด 10 เมกะวัตต์ (Diesel Power Generator) ในประเทศเมียนมา โดยให้ SIAM GAS POWER PTE. LTD. (SPW) (บริษัทย่อยที่จดทะเบียนจัดตั้งในประเทศสิงคโปร์ และบริษัทถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 100 ของทุนจดทะเบียน) เป็นผู้เข้าลงทุน โดย SPW ได้ดำเนินการเข้าจดทะเบียนทั้งสามบริษัท

*เพิ่มทุนใน SPW

อีกทั้ง SGP แจ้งการเพิ่มทุนใน SPW ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่บริษัทถือหุ้นร้อยละ 100 ของทุนจดทะเบียนและเรียกชาระแล้วในประเทศสิงคโปร์ โดยบริษัทเพิ่มทุนใน SPW จำนวน 12,260,000 เหรียญสหรัฐ โดยบริษัทเพิ่มทุนใน SPW เพื่อใช้ในการซื้อเงินลงทุนในกิจการโรงไฟฟ้า

รวมทั้ง บริษัทแจ้งว่า บริษัทได้ดำเนินการซื้อหุ้นสามัญเพิ่มเติมของ ใน MSN International Limited (MSN) Asiatech Energy Pte. Ltd. (AEPL) และ Myanmar Lighting (IPP) Co., Ltd. (MLIPP) ประเทศเมียนมา ในสัดส่วนร้อยละ 6.1 ของทุนจดทะเบียนและเรียกชำระแล้วจากผู้ถือหุ้นเดิม ทำให้สัดส่วนการถือหุ้นใน 3 บริษัทเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 30 เป็นร้อยละ 36.1 ของทุนจดทะเบียนและเรียกชาระแล้ว และการดำเนินการโอนหุ้นใน MSN AEPL และ MLIPP ดังกล่าวได้รับอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเรียบร้อยแล้ว