‘SMPC’ วิ่งหน้าตั้งบวก 0.80 บาท หลังมีลุ้นนิวไฮโค้งแรกออเดอร์ใหม่ดันกำลังผลิต

ผู้สื่อข่าว “ทันหุ้นออนไลน์” รายงานว่า ราคาหุ้น “SMPC” เปิดการซื้อขายเช้านี้ เพิ่มขึ้น 0.80 บาท คิดเป็น +5.80 % แตะ 14.60 บาท

โดยหนังสือพิมพ์ ทันหุ้น นำเสนอข่าวระบุว่า SMPC ส่งซิกไตรมาส 1/2561 มีลุ้นยอดขายทานิวไฮ หลัง ความต้องการต่างประเทศเพิ่มสูงขึ้น วางงบลงทุน 100-150 ล้านบาท ขยายกำลังผลิตเพิ่มเป็น 10 ล้านใบต่อปี คาดแล้วเสร็จไตรมาส 3/2561 หนุนผลงานปี 2561 เติบโตตามเป้า 15-20%

นายสุรศักดิ์ เอิบสิริสุข กรรมการผู้จัดการ บริษัท สหมิตรถังแก๊ส จำกัด (มหาชน) หรือ SMPC เปิดเผยว่า ภาพรวมอุตสาหกรรมในไตรมาส 1/2561 ยังมีความต้องการใช้ถังแก๊สปิโตรเลียมเหลว (LPG) ทั้งในประเทศและต่างประเทศยังเพิ่มสูงอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันบริษัทได้รับความสนใจจากทั้งจากลูกค้ารายใหม่และลูกค้าเดิมในต่างประเทศติดต่อเพื่อส่งออเดอร์ใหม่เข้ามาจำนวนมาก

ประกอบกับเมื่อช่วงปลายปี 2560 ที่ผ่านมาบริษัทได้มีการขยายกาลังผลิตเพิ่มเป็น 8.2 ล้านใบต่อปี เป็นอีกปัจจัยสนับสนุนให้บริษัทสามารถรองรับรับออเดอร์ใหม่เข้ามามากขึ้น อีกทั้งยังส่งผลบวกต่อการใช้กำลังการผลิตได้เต็มประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งอัตราการใช้กาลังผลิตในปัจจุบัน (Utilization Rate) อยู่ที่ระดับใกล้เคียงกว่า 80-90% ของกำลังผลิตรวมทั้ง 3 โรงงานภายในประเทศไทย ทำให้มั่นใจว่าผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/2561 จะเติบโตดีกว่าเมื่อเทียบช่วงเวลาเดียวกันกับปีก่อนแน่นอน

ปัจจุบันสัดส่วนยอดขายจากการส่งออกคิดเป็นกว่า 90% ของยอดขายรวม ซึ่งแบ่งออกเป็น เอเชียแปซิฟิก 36%, แอฟริกา 30%, อเมริกาตอนเหนือ 13%, ยุโรป 3% ตะวันออกกลาง 2% และกลุ่มประเทศหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก รวมทวีปออสเตรเลีย (Oceania) 6% สำหรับในสัดส่วนที่เหลืออีกราว 6% เป็นยอดขายภายในประเทศ

ส่วนแผนลงทุนในปี 2561 บริษัทมองการขยายกาลังผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 10 ล้านใบต่อปี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตและเพิ่มขีดความสามารถในการรับออเดอร์จากลูกค้าในต่างประเทศได้มากขึ้น ทั้งนี้บริษัทอยู่ระหว่างการจัดเตรียมพื้นที่และจัดเตรียมเอกสารสั่งซื้อเครื่องจักรใหม่ คาดว่าจะทยอยติดตั้งและทดสอบการผลิตได้ภายในช่วงปลายไตรมาส 2/2561 และพร้อมเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ ได้ตั้งแต่ไตรมาส 3/2561 เป็นต้นไป โดยเบื้องต้นประเมินการใช้งบลงทุนเฉลี่ยใกล้เคียงกับปีก่อนราว 100-150 ล้านบาท

นอกจากนี้บริษัทมีความสนใจที่จะขยายการลงทุนในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยอยู่ระหว่างการศึกษาการลงทุนในแถบภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกเป็นหลัก เนื่องจากมีปริมาณการใช้ LPG เพิ่มสูงอย่างต่อเนื่อง และมีฐานลูกค้าในท้องถิ่นดังกล่าวที่ค่อนข้างแข็งแกร่งจากการทำการค้าร่วมกันมาเป็นเวลายาวนาน โดยเปิดโอกาสการลงทุนทั้งแบบร่วมลงทุน (JV) ซึ่งบริษัทมีความตั้งใจที่จะมีสัดส่วนการถือหุ้นที่ไม่น้อยกว่า 51% และการลงทุนเอง 100% คาดจะเห็นความชัดเจนในระยะถัดไป

อย่างไรก็ตาม การเติบโตโดยภาพรวมของธุรกิจในปี 2561 นี้ บริษัทตั้งเป้ายอดขายเติบโต 15-20% ต่อเนื่องจากปีก่อน ซึ่งสอดคล้องกับตามความต้องการใช้แก๊ส LPG ที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้เนื่องจากวัตถุดิบเหล็กเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตทำให้บริษัทต้องมีการนำเข้าจากต่างประเทศเข้ามาเป็นจำนวนมาก ซึ่งในการซื้อจะเป็นอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ จึงเป็นการ Nature Hedge ลดความเสี่ยงของความผันผวนของราคาขายเหล็กที่ผันผวนและมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มสูง

รายงาน : พัทธ์ธีรา ศรีพีรพงศ์
อย่าลืมกดติดตาม (subscribe)
Fanpage : ทันหุ้น
Youtube : thunhoon V.I.P
www.thunhoon.com
ติดตามข่าวสารผ่าน LINE ฟรีคลิ๊กเลย
https://line.me/R/ti/p/%40kro3673w