กลุ่มทุนรัสเซียสำรวจ EEC AMATA-WHA รับอานิสงส์

ทันหุ้น-จับตาคณะนักธุรกิจรัสเซีย เยือนประเทศไทยเข้าดูลู่ทางลงทุนใน EEC ระหว่างวันที่ 20-22 ก.พ.นี้  เชื่อเพิ่มความเชื่อมั่นให้การลงทุนมากขึ้น โบรกประเมินกลุ่มนิคมเด่น โฟกัส AMATA –WHA แต่ละรายมีที่ดินในมือกว่า 1 หมื่นไร่ เพื่อรองรับลูกค้า เคาะเป้า AMATAที่ 35.70 บาท  ส่วน WHA พื้นฐาน 4.89 บาท

            นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 20 ถึง 22 กุมภาพันธ์ 2561 นายอเล็กซี ลีคาชอฟ รมช.กระทรวงพัฒนาเศรษฐกิจสหพันธรัฐรัสเซีย จะนำคณะนักธุรกิจรัสเซียประมาณ30-40 รายทั้งจากรัฐและเอกชนเดินทางมาเยือนไทยเพื่อดูลู่ทางการลงทุนในระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก(อีอีซีหลังจากที่ร่างพ.ร.บ.อีอีซี ได้ผ่านการพิจารณาจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แล้ว

โดยมองว่าจะเป็นปัจจัยบวกซึ่งถือเป็นความต่อเนื่องหลังจากการที่ พ.ร.บ.อีอีซีได้ออกมาเป็นรูปธรรม ทำให้ในหลายๆส่วนได้เดินหน้าการทำงานด้านต่างๆ ทั้งในส่วนของการจัดการอำนวยความสะดวก การทำผังเมืองเป็นต้น เป็นโอกาสดีที่จะมีนักลงทุนเข้ามาเยี่ยมชมโครงการ และทำให้นักลงทุนได้มีความมั่นใจในการลงทุนมากยิ่งขึ้น

 พร้อมประเมินว่า หุ้นที่จะได้รับประโยชน์สูงสุดคือ บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน)หรือAMATA และบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือWHA เนื่องจาก AMATA มีที่ดินที่อยู่ระหว่างการพัฒนาและรอการพัฒนาในพื้นที่จังหวัดชลบุรีกว่า 1 หมื่นไร่ ส่วนWHA มีที่ดินพื้นที่จังหวัดระยองที่อยู่ระหว่างการพัฒนาและรอการพัฒนาเกือบ 1 หมื่นไร่ โดยให้คำแนะนำซื้อทั้งสองบริษัท

ชอบ AMATA-WHA

                ทั้งนี้ AMATA มีที่ดินกว่า 1 หมื่นไร่ภายใต้การดำเนินงานนิคม 2 แห่งคือชลบุรีและระยอง ซึ่งแนวโน้มปี 2561จะเติบโต โดดเด่นมาก หลังพ.ร.บ.อีอีซีบังคับใช้ ประกอบกับธนาคารโลกขยับอันดับความยาก-ง่ายในการประกอบธุรกิจในไทย โดยเพิ่มขึ้นจากอันดับที่ 46 ในปี 2560เป็นอันดับที่ 26 ในปี 2561 จาก 190 ประเทศทั่วโลก ซึ่งถือเป็นSentiment เชิงบวกต่อความต้องการที่ดินของภาคเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ

                ทำให้ฝ่ายจิจัยประเมินกำไรปี 2561 จะเติบโต17.4% ที่ 1.57 พันล้านบาท ด้วยสมมติฐานพรีเซลล์ที่ดินนิคมอุตสาหกรรมที่ 800 ไร่ ส่วนประเด็นที่AMATA มีการร่วมมือกับพันธมิตร 2 รายในการทำโครงการ Smart City Aerospace City และKorea Smart City Zone เชื่อว่าโครงการดังกล่าวจะสบับสนุนที่ดินของAMATA มีมูลค่าเพิ่ม และส่งผลดีต่อผลประกอบการในระยะยาว โดยประเมินFV ปี 2561 ที่ราคาเหมาะสม 35.70 บาท คงคำแนะนำซื้อ

                ขณะที่ WHA นั้นมีการถือครองที่ดินในพื้นที่ EEC เกือบ 1หมื่นไร่  ซึ่งข้อมูลจากกรมธนารักษ์พบว่าราคาที่ดินในพื้นที่ดังกล่าวปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก  ส่งผลดีต่อบริษัทในระยะยาว ประกอบกับWHA มีรายได้กว่า 70-80% มาจากการขายอสังหาริมทรัพย์ จึงมีโอกาสปรับValuationเพื่อสะท้อนกับราคาสินทรัพย์ที่ปรับขึ้น

                อย่างไรก็ดีคาดว่า ผลประกอบการไตรมาส 4/2560 จะเป็นจุดสูงสุดเป็นของปี จากการับรู้รายได้จากการขายสินทรัพย์ โดยประเมินกำไรปี 2560 ที่ 3.05 พันล้านบาท และเพิ่มขึ้นเป็น 4.47 พันล้านบาทในปี2561 โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 4.89 บาท มีUpside อีกจำนวนมาก คงคำแนะนำซื้อ