SNCเล็งธุรกิจใหม่เสริมทัพชูหุ้นยิลด์สูง-โบรกแนะซื้อ

ทันหุ้น – SNC อัดงบ 300 ล้านบาทเดินหน้าปรับปรุงคุณภาพการผลิต-ซื้อเครื่องจักรใหม่ หนุนผลงานปี 2561 สดใส พร้อมเร่งเคลียร์หนี้แบงก์ทำ D/E เหลือ 0.6 เท่า โบรกเล็งอัพเป้าเพิ่มสอดรับผลประกอบการดี ปันผลสูง แนะซื้อ

นายสามิตต์ ผลิตกรรม รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอส เอ็น ซี ฟอร์เมอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SNC เปิดเผยว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานปี 2561 คาดว่าจะทรงตัวหรือดีกว่าปีที่ผ่านมา ที่มีรายได้รวม 7,590 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 401 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทมีการปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต โดยวางงบลงทุน 300 ล้านบาท เพื่อซื้อเครื่องจักรใหม่และปรับปรุงคุณภาพการผลิตให้ดีขึ้น ช่วยลดต้นทุนการดำเนินงาน ซึ่งบริษัทมีแผนจะลดค่าใช้จ่ายเหลือ 5% ของยอดขาย จากปีก่อนอยู่ที่ 5.5% โดยแหล่งเงินทุนมาจากกระแสเงินสดของบริษัท

ดึงธุรกิจใหม่หนุน

“เราเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต คุมค่าใช้จ่ายการดำเนินงาน ช่วยให้ต้นทุนลดลง แม้รายได้จะทรงตัวเพราะธุรกิจรับจ้างผลิตชิ้นส่วน(OEM/ODM)ที่มีลูกค้าหลักในตะวันออกกลางสั่งออเดอร์ลดลงจากการขึ้นค่าไฟฟ้า และเงินบาทแข็งค่าขึ้นส่งผลกระทบต่อการจำหน่าย Heat Pump ของบริษัทย่อย คือ “SAHP”นั่นเอง”นายสามิตต์ กล่าว

นอกจากนี้ บริษัทเตรียมแผนการชำระคืนหนี้ในปีนี้ 300-400 ล้านบาท จากปัจจุบันที่มีอยู่ราว 700 ล้านบาท ส่วนที่เหลือคาดว่าจะสามารถชำระคืนได้ในปี 2562 ส่งผลให้อัตราหนี้สินต่อทุน (D/E) ปรับลดลงเหลือ 0.6 เท่า จากปี 2560 อยู่ที่ 0.7 เท่า ส่วนความคืบหน้าโรงไฟฟ้าขยะในจังหวัดยะลา กำลังผลิต 3 เมกะวัตต์ มูลค่าลงทุน 150-200 ล้านบาทนั้น ปัจจุบันอยู่ระหว่างรออนุมัติงานก่อสร้างจากภาครัฐคาดมีความชัดเจนในปีนี้ โดยบริษัทสนใจลงทุนโรงไฟฟ้าขยะในจังหวัดอื่นๆของภาคใต้ เนื่องจากไม่มีคู่แข่ง ขณะนี้ยังไม่มีความความชัดเจนใดๆ ส่วนที่ดินในและโรงงานที่แหลมฉบัง จำนวน 48 ไร่ ปัจจุบันมีผู้เช่าเต็มพื้นที่

“ธุรกิจผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ในปีนี้ค่อนข้างเติบโต คาดว่าจะมีออเดอร์ชิ้นส่วนยานยนต์ในสหรัฐเพิ่มขึ้นในไตรมาส 4/61 แต่ออเดอร์สินค้าประเภทอลูมิเนียมในจีนลดลง เนื่องจากจีนมีความต้องการซื้อสินค้าในประเทศมากขึ้น ส่วนธุรกิจชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าจะมีคำสั่งซื้อเข้ามาในไตรมาสแรกของปีนี้เพื่อส่งออกไปยังออสเตรเลีย และได้คำสั่งซื้อชิ้นส่วนงานเครื่องซักผ้าในระยอง รวมถึงงานต้นน้ำที่มีออเดอร์ต่อเนื่องมาจากปลายปีที่แล้วสามารถรองรับการผลิตในปีนี้”นายสามิตต์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม บริษัทมีแผนลงทุนในธุรกิจใหม่ โดยอาจจะเป็นการร่วมทุนกับพันธมิตรในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งเบื้องต้นอยู่ระหว่างการพิจารณาแผนคาดว่าอาจต้องใช้ระยะเวลาในดำเนินงานหากมีความชัดเจนจะทำการแจ้งในทันที

หุ้นปันผลสูง

บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) แนะนำ “ซื้อ” คงราคาพื้นฐาน 16.30 บาท ทางฝ่ายวิเคราะห์จะปรับประมาณการขึ้นอีกครั้งจากการดำเนินงานที่ดีกว่าคาด อีกทั้งยังประกาศจ่ายเงินปันผลสำหรับการดำเนินงานครึ่งปีหลัง 0.50 บาท/หุ้นคิดเป็นผลตอบแทนเงินปันผล 3.5%

ด้านบทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า SNC แนวโน้มปี 61 คาดว่ารายได้จะทรงๆแต่กำไรเติบโตได้จากการลดต้นทุนและค่าใช้จ่ายดำเนินงาน ทั้งนี้รายได้ปีนี้มีแนวโน้มทรงๆ เนื่องจากมีลูกค้าบางรายย้ายฐานการผลิตไปประเทศอื่น แต่บริษัทก็พยายามขยายตลาดชิ้นส่วนยานยนต์ไปตลาดสหรัฐและญี่ปุ่นเพิ่ม และหาช่องทางในการลดค่าใช้จ่ายต่างๆ เพื่อหนุนให้มาร์จิ้นอยู่ในเกณฑ์ดี ซึ่งฝ่ายประมาณการอัตรากำไรขั้นต้นปีนี้ที่12.1% ซึ่งปี 60 ทำได้ 11.8% และหากขายที่ดินแหลมฉบังจำนวน 48 ไร่ได้ก็จะนำเงินไปชำระคืนหนี้ KBANK และ SCB ที่มีประมาณ 850 ล้านบาท (ณ พ.ย.60)

รวมทั้งขยายธุรกิจต่อไป ซึ่งบริษัทคาดว่าในปีนี้จะเห็นความชัดเจนเรื่องการลงทุนในโรงไฟฟ้าขยะ จ.ยะลา กำลังการผลิต 3 MW ใช้เงินลงทุน 150-200 ล้านบาท (ในประมาณการกำไรและราคาพื้นฐานยังไม่รวมโครงการโรงไฟฟ้า) คงแนะนำถือ ให้ราคาพื้นฐาน 15.20 บาท อิงกับ P/E ปี 61 ที่ 10.5 เท่า ความเด่นของ SNC คือ บริษัทจ่ายปันผลสูง คาดการณ์ Dividend yield ปี 61 ไว้ที่ 6.5% (จ่ายปีละ 2 ครั้ง)