RPHส่งซิกโค้งแรกสดใสคุณภาพสูง-ค่ารักษาต่ำ

ทันหุ้น –RPH ส่งซิกไตรมาสแรกสดใส หลังปริมาณผู้ป่วยเดือนม.ค. 2561 เติบโตกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน หวังโรงพยาบาลแห่งใหม่เปิดให้บริการในไตรมาส 2/2561 ดันยอดผู้ป่วยเพิ่ม หนุนผลงานปีนี้โตแรง ชูจุดแข็งคุณภาพสูง-ค่ารักษาต่ำ จากค่าเฉลี่ยโรงพยาบาลทั่วประเทศ

นพ.ธีระวัฒน์ ศรีนัครินทร์ ประธาน เจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โรงพยาบาลราชพฤกษ์ จำกัด (มหาชน) หรือ RPH เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานต้นปีนี้ค่อนข้างน่าพอใจ โดยเดือนมกราคม 2561 ปริมาณคนไข้ที่เข้ามาใช้บริการเพิ่มมากขึ้นอย่างมีนับยะสำคัญ เมื่อเทียบกับเดือนมกราคม 2560 ซึ่งจำนวนผู้ป่วยลดลงอย่างมาก จึงมองว่าไตรมาส 1/2561 แนวโน้มการดำเนินงานอยู่ในระดับที่ดี

*ขยายเตียงรองรับผู้ป่วย

โดยบริษัทหวังว่าหลังจากเปิดดำเนินการอาคารโรงพยาบาลใหม่ ซึ่งสามารถรองรับผู้ป่วยได้ถึง 202 เตียง ปริมาณผู้ป่วยที่เข้ามารับบริการจะเพิ่มมากขึ้น หลังจากอาคารเดิมเปิดใช้งานเต็มพื้นที่แล้ว โดยปัจจุบันมีเตียงทั้งหมด 50 เตียง และห้องตรวจทั้งหมด 12 ห้อง สามารถรองรับผู้ป่วยได้ประมาณ 100,000 คนต่อปี มีอัตราค่ารักษาเฉลี่ยประมาณ 10,000 บาทต่อคนต่อวัน ทั้งนี้บริษัทยังไม่มีแผนที่จะปรับขึ้นค่ารักษาพยาบาล มองว่าระดับในปัจจุบันยังเหมาะสมอยู่

สำหรับอาคารโรงพยาบาลใหม่ ปัจจุบันอยู่ระหว่างการก่อสร้าง คาดว่าจะแล้วเสร็จและเปิดให้บริการช่วงแรกได้ประมาณ 110 เตียง ในไตรมาส 2/2561 และคาดว่าจะเปิดให้บริการครบ 202 เตียง ได้ภายในปี 2569 ตามแผนที่ไว้ โดยปัจจุบันบริษัทมีสัดส่วนรายได้จากผู้ป่วยใน (IPD) จำนวน 55% ส่วนที่เหลืออีก 45% เป็นผู้ป่วยนอก (OPD) และมีสัดส่วนคนไข้ต่างชาติไม่เกิน 5% ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนไข้จากประเทศลาว โดยบริษัทมองว่าหลังจากเปิดให้บริการอาคารดังกล่าว สัดส่วนของผู้ป่วยต่างชาติน่าจะเพิ่มขึ้นในระยะยาว

*ชูจุดแข็ง-ค่ารักษาต่ำ

ส่วนโอกาสการเติบโตของโรงพยาบาลจังหวัดขอนแก่นและพื้นที่โดยรอบถือว่ามีศักยภาพสูง เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีประชากรมาก อีกทั้งเป็นศูนย์กลางด้านการศึกษาของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีมหาวิทยาลัยขอนแก่นเป็นสถานศึกษาขนาดใหญ่ มีบุคคลากรและนักศึกษาเข้ามาทำงานและพักอาศัยเป็นจำนวนมาก โดยภาวะการแข่งขันของโรงพยาบาลในพื้นที่ใกล้เคียงดังกล่าวถือว่ายังไม่รุนแรงนัก เนื่องจากบริษัทมุ่งเน้นให้บริการในอัตราค่ารักษาระดับกลาง ซึ่งผู้ป่วยในกลุ่มนี้มีจำนวนมาก แตกต่างจากโรงพยาบาลเอกชนที่ตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกันที่มุ่งเน้นกลุ่มผู้รับบริการซึ่งมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง และอาจมีฐานผู้ป่วยที่น้อยกว่า

“จำนวนผู้สูงอายุที่มีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้น อาจส่งผลให้การแข่งขันในอุตสาหกรรมโรงพยาบาลรุนแรงขึ้นนั้น น่าจะสนับสนุนการขยายตัวของธุรกิจในระยะยาว โดยผู้ป่วยสูงอายุเป็นกลุ่มผู้ใช้บริหารหลักของโรงพยาบาลอยู่แล้ว และเรากำลังจะเปิดให้บริการอาคารโรงพยาบาลใหม่ ซึ่งมีพื้นที่ให้บริการที่มากกว่า อุปกรณ์การแพทย์ที่ใหม่กว่า รวมถึงการเพิ่มแผนกรักษาต่างๆได้มากขึ้น เช่น ตาและต้อกระจก ซึ่งอาคารเดิมไม่มีพื้นที่ในการขยายแล้ว นอกจากนี้ค่ารักษาพยาบาลของเรายังอยู่ในระดับที่ค่อนข้างต่ำ เมื่อเทียบกับอัตราค่ารักษาเฉลี่ยของโรงพยาบาลทั่วประเทศ จึงคิดว่าจุดแข็งดังกล่าวจะช่วยให้เรายังสามารถแข่งขันกับโรงพยาบาลอื่นๆในพื้นที่จัดหวัดขอนแก่นอย่างได้แน่นอน” นพ.ธีระวัฒน์ กล่าว

อย่างไรก็ตามบริษัทคาดว่าผลการดำเนินงานในปี 2560 อาจจะอยู่ในระดับใกล้เคียงกับปี 2559 ที่มีรายได้รวม 416 ล้านบาท ทั้งนี้ยังต้องรอการสรุปผลการดำเนินงานที่ชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง