WPลุยแอลพีจีเพื่อนบ้าน ล็อกเป้าตั้งหลักเมียนมา

ทันหุ้น – WP เปิดเกมรุกปี 2561 ตั้งเป้ายอดขายรวมเติบโตไม่ต่ำกว่า 3% ทุ่มงบกว่า 550 ล้านบาท ผุดคลังสินค้าแห่งใหม่เพิ่มศักยภาพบริการครอบคลุมทั่วประเทศ สยายปีกกินมาร์เก็ตแชร์ LPG ประเทศเมียนมา พร้อมจัดทัพเดินหน้าต่อประเทศลาวและกัมพูชา คาดชัดเจนปีนี้ 1 ราย

นางสาวชมกมล พุ่มพันธุ์ม่วง รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทดับบลิวพี เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ WP เปิดเผยว่าภาพรวมธุรกิจในปี 2561 เชื่อว่าจะเห็นการเติบโตที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการปรับโครงสร้างรายได้ใหม่ที่ส่งผลให้บริษัทมีรายได้ที่มั่นคงและทำกำไรได้ดีมากขึ้น ประกอบกับแนวโน้มความต้องการใช้ก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) ที่เพิ่มขึ้น

ทั้งนี้บริษัทได้มุ่งเน้นการขยายตลาดให้กลุ่มผู้ประกอบการอุตสาหกรรม โรงบรรจุก๊าซ ร้านค้าก๊าซ สถานีบริการก๊าซ LPG กลุ่มผู้ประกอบการพาณิชย์ เพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ยอดขายทั้งส่วนของอุตสาหกรรม และภาคครัวเรือนที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง เชื่อว่าจะเข้ามาช่วยทดแทนยอดขายจากส่วนการจำหน่ายให้กับผู้ใช้รถยนต์ (Auto Gas) ส่งผลให้ประเมินยอดขายรวมปี 2561 จะเติบโตไม่ต่ำกว่า 3-5% จากปีก่อน ที่คาดหวังปริมาณการขายจะมากกว่า 8.7 แสนตันต่อปี และเชื่อว่าจะสามารถรักษาระดับการทำกำไรสุทธิและการทำกำไรขั้นต้นให้เติบโตได้ไม่ต่ำกว่าในปี 2560 ได้แน่นอน

ปักฐานต่างประเทศ

นอกจากนี้ บริษัทยังมีความสนใจที่จะขยายช่องทางจำหน่ายและเพิ่มฐานลูกค้าก๊าซ LPG ในต่างประเทศอีกด้วย เพื่อเข้ามาช่วยกระจายความเสี่ยงยอดขายภายในประเทศที่เริ่มอิ่มตัว โดยมองการเจาะตลาดในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน อย่าง CLMV ซึ่งในช่วงปลายปี 2560 ได้เริ่มจำหน่ายก๊าซไปยังประเทศเมียนมาเป็นประเทศแรก โดยปีนี้บริษัทตั้งเป้ามียอดขายจากการส่งออกเฉลี่ยที่ราว 1 พันตันต่อเดือน หรือ 1.2 หมื่นตันต่อปี จากปี 2560 ที่มีการส่งออกทั้งปีเพียง 200 ตันต่อปีเท่านั้น

พร้อมกันนี้อยู่ระหว่างศึกษาการลงทุนและได้รับการติดต่อขอเจรจากับพันธมิตรท้องถิ่นที่มีศักยภาพในประเทศลาวและกัมพูชา เข้ามาเพิ่มเติม เบื้องต้นคาดว่าจะเห็นความชัดเจนภายในปีนี้อย่างน้อย 1 ประเทศ อย่างไรก็ดีหากทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่กำหนดไว้ ในระยะยาวอาจมีโอกาสเห็นการลงทุนอื่นๆเพิ่มเติม ทั้งการขยายสถานีบริการ รวมถึงลงทุนสร้างคลังบรรจุก๊าซใน CLMV

อัพแกร่งคลังบรรจุ

ส่วนการลงทุนในปี 2561 นี้ บริษัทจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างคลังบรรจุก๊าซแห่งใหม่ ที่อำเภอบางประกง จังหวัดฉะเชิงเทรา เฟส 3 ประเมินมูลค่าการลงทุนไว้ที่ไม่ต่ำกว่า 550 ล้านบาท เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบรรจุก๊าซรองรับความต้องการใช้งานได้อย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 1-2% ของยอดขายรวม ตามข้อบังคับที่ภาครัฐกำหนด เบื้องต้นคาดว่าการก่อสร้างจะแล้วเสร็จพร้อมใช้งานได้ไม่เกินปลายปี 2562 เป็นต้นไป

ส่งผลในปี 2562 บริษัทจะคลังบรรจุก๊าซสูงถึง 1.84 หมื่นตัน จากปัจจุบันอยู่ที่ราว 9.5 พันตัน มองว่าจะเข้ามาช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการให้บริการได้อย่างครอบคลุมความต้องการของลูกค้าที่มีกระจายอยู่ทั่วประเทศ จากปัจจุบันที่มีคลังบรรจุก๊าซทั้งสิ้น 5 แห่ง อย่างไรก็ดีจากปัจจัยข้างต้นยังส่งผลเชิงบวกให้บริษัทลดต้นทุนด้านค่าเช่าคลังบรรจุลงได้เฉลี่ยปีละไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท ซึ่งช่วยสะท้อนต่อการทำกำไรที่ดีขึ้นภายหลังจากเริ่มใช้คลังบรรจุก๊าซได้

รวมไปถึงบริษัทยังมีธุรกิจที่ผ่านการดำเนินการบริหารโดยบริษัทย่อย “Eagle Intertrans” ที่ดำเนินธุรกิจด้านรถขนส่งก๊าซที่มีมากถึง 160 คัน เข้ามาช่วยสนับสนุนธุรกิจให้มีการเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งในอนาคต สำหรับแหล่งเงินลงทุนในการขยายคลังบรรจุก๊าซแห่งใหม่จะมาจากกระแสเงินสดที่มีอยู่ราว 600-700 ล้านบาท และการกู้ยืมจากสถาบันทางการเงินอีกบางส่วน

ขณะเดียวกันบริษัทยังอยู่ระหว่างการศึกษาและมองหาโอกาสในการลงทุนในธุรกิจอื่นๆที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลัก ทั้งในธุรกิจที่เป็นก๊าซ LPG และธุรกิจที่ไม่ใช่ก๊าซ LPG (Non LPG) โดยบริษัทวางแผนการลงทุนมีทั้งรูปแบบการร่วมลงทุนกับพันธมิตรท้องถิ่น (JV) และเป็นการเข้าควบรวมกิจการ (M&A) เป็นต้น ในปัจจุบันมีการเจรจากับพาร์ทเนอร์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ อาทิ ธุรกิจที่เป็นการขนส่งทางเรือ ธุรกิจผลิตถังบรรจุก๊าซ ที่เป็นส่วนต่อยอดธุรกิจให้ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ ทั้งนี้บริษัทตั้งเป้าหมายที่จะได้ข้อสรุปภายในปี 2561 อย่างน้อย 1 ราย