ไทยประกันชีวิตชูโรดแมพ10ปีขีดเส้นใต้7กลยุทธ์เติบโตยั่งยืน

ไทยประกันชีวิตชูยุทธศาสตร์ 10 ปี รับมือการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจยุคดิจิตอล โดยมุ่งให้ความสำคัญกับ “คน”หรือ “People Business” พร้อมกับพัฒนาทุกช่องทางขายสู่ Life Partner เพื่อนคู่คิดวางแผนชีวิต ส่วนเป้าหมายปี 61 โต 15%

วางยุทธศาสตร์10ปี

นายไชย ไชยวรรณ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงการดำเนินธุรกิจภายใต้การเปลี่ยนแปลงของกระแสโลกว่า ทุกวันนี้ พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไป ทั้งพฤติกรรมการซื้อสินค้าและการบริการซึ่งมาจาก การก้าวกระโดดของเทคโนโลยี ดังนั้นไทยประกันชีวิตต้องดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานการรู้เท่าทันกระแส และเตรียมพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงซึ่งเป็นสิ่งที่บริษัทปฏิบัติมาตลอดระยะเวลา 76 ปี ของการดำเนินธุรกิจประกันชีวิต

เพื่อรองรับสถานการณ์ธุรกิจและการปรับเปลี่ยนของผู้บริโภคในปัจจุบันรวมถึงอนาคต บริษัทฯ จึงได้จัดทำแผนยุทธศาสตร์ (Road Map) 10 ปี 5 ปี และ 3 ปี เพื่อกำหนดทิศทางการดำเนินธุรกิจอย่างชัดเจน ทั้งในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว โดยมีเป้าหมายให้ไทยประกันชีวิตเป็นองค์กรที่เติบโตอย่างยั่งยืน (Sustainable Growth Organization)

ชูกลยุทธ์ 7 ด้าน

โดยยุทธศาสตร์บริษัทฯ จะสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ในการดำเนินธุรกิจในลักษณะ People Business หรือธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับ “คน” ซึ่งบริษัทฯ ประกาศตั้งแต่ปี 2558 ประกอบด้วยกลยุทธ์หลัก 7 ด้าน ได้แก่ Holistic Customer Propositions ยึดประโยชน์ของผู้บริโภคเป็นหลัก โดยมุ่งตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในเชิงลึกและครบรอบด้าน ผ่านการพัฒนาสินค้าและบริการ ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภค Channel Productivity พัฒนาช่องทางการขายให้มีศักยภาพและมีความหลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะช่องทางตัวแทน ที่ต้องพัฒนาสู่การเป็นผู้วางแผนดูแลชีวิต หรือ Life Partner ด้วยการสร้างองค์ความรู้ให้แก่ตัวแทนในทุกด้าน รวมถึงความสามารถด้านเทคโนโลยี โดยเฉพาะการผลักดันให้ตัวแทนสอบใบอนุญาต SIC (Security Investment Consultant) เพื่อขายสินค้าประเภท Unit Linked หรือ Universal Life ซึ่งเป็นสินค้าที่มีแนวโน้มขยายตัวในอนาคต

Successful Expansion การขยายธุรกิจสู่ตลาดในภูมิภาคอื่น โดยเริ่มจากประเทศในกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ซึ่งเป็นประเทศที่มีศักยภาพ ตั้งเป้าเป็นบริษัทขนาดใหญ่ 1 ใน 5 ด้านเบี้ยประกันรับปีแรกและเบี้ยประกันรับรวม Higher Return on Investment ให้ความสำคัญกับการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนคุ้มค่า รวมถึงการบริหารความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ บริษัทฯ ตระหนักดีว่า เงินลงทุนมาจากเบี้ยประกันที่ผู้เอาประกันชำระให้กับบริษัทฯ โดยเฉพาะการดำรงเงินกองทุน (CAR Ratio) ณ สิ้นไตรมาสที่ 3 ปี 2560 อยู่ที่ 310% ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กำหนดไว้ที่ 140%

มุ่งบริหารต้นทุน

Expense Optimization การบริหารต้นทุนให้เกิดประสิทธิภาพ ปรับลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น Technology Excellence ปรับปรุงระบบจัดการธุรกิจและนำเทคโนโลยีใหม่มาพัฒนาการดำเนินงาน ทั้งระบบการให้บริการ ช่องทางการขาย และ Brand Love การสร้างแบรนด์ เพื่อมุ่งสู่การเป็นแบรนด์ชั้นนำที่สร้างแรงบันดาลใจ และอยู่ในใจผู้บริโภคทุกคน

ปี61เป้าหมายโต15%

สำหรับเป้าหมายการดำเนินงานในปี 2561 บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายเบี้ยประกันรับปีแรก 17,000 ล้านบาท เติบโตจากปี 2560 ประมาณ 15% โดยแบ่งเป็นช่องทางตัวแทน 11,800 ล้านบาท และช่องทาง Non Agent 5,200 ล้านบาท โดยเน้นขายสินค้าประเภทคุ้มครอง สินค้าออมทรัพย์ระยะเวลา 20 ปีขึ้นไป สัญญาพิเศษเพิ่มเติม รวมถึงสินค้าควบการลงทุน ทั้ง Universal Life และ Unit Link ซึ่งเป็นสินค้าที่สามารถตอบโจทย์กลุ่มผู้มีเงินออม