III ปักหมุดโต25%ยาว5ปีบริการคลังสินค้ามาแรง

ทันหุ้น – III เปิดแผนปี 2561 จูงมือพันธมิตรรับทรัพย์ขนส่งทางอากาศเติบโตดี เตรียมโกยรายได้ธุรกิจบริหารคลังสินค้าท่าอากาศยานอนเมืองปีนี้เต็มสูบ คาดช่วยสร้างรายได้ราว 80-100 ล้านบาทต่อปี ปักหมุด 5 ปีจากนี้ ตั้งเป้ารายได้เติบโตต่อเนื่องเฉลี่ย 20-25% ต่อปี พร้อมยึดหัวหาด CLMV

นายทิพย์ ดาลาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทริพเพิล ไอ โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ III ผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์อย่างครบวงจร ตั้งแต่การขนส่ง ตลอดจนการรับบริหารจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศและภายในประเทศ ทั้งทางอากาศ ทางทะเล และทางบก เปิดเผยว่า ล่าสุดบริษัทได้แจ้งต่อกรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เรื่องรายงานการใช้เงินเพิ่มทุน ครั้งที่ 1 ช่วงระหว่างวันที่ 25 สิงหาคม ถึง 31 ธันวาคม 2560

โดยการใช้เงินเพิ่มทุนในครั้งนี้ได้แก่ การใช้เงินลงทุนในโครงการธุรกิจการให้บริการขนส่งสินค้าทางอากาศ จำนวน 36.60 ล้านบาท โครงการธุรกิจการให้บริการขนส่งสินค้าทั้งทางทะเลและทางบก จำนวน 55.50 ล้านบาท โครงการธุรกิจการให้บริการจัดการและปฏิบัติการทางด้านขนส่งและการจัดการสินค้าคงคลัง จำนวน 1.87 ล้านบาท โครงการธุรกิจการให้บริการขนส่งสินค้าเคมีและสินค้าอันตราย จำนวน 50.85 ล้านบาท และเพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนอื่นๆ จำนวน 212.25 ล้านบาท เป็นต้น

แนวโน้มสดใส

สำหรับภาพรวมอุตสาหกรรมในปี 25561 เชื่อว่าจะมีการเติบโตที่ดีขึ้นอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากเศรษฐกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศที่เริ่มมีการฟื้นตัว ส่งผลให้ประเทศคู่ค้าหลักอย่างจีน สหรัฐฯ ญี่ปุ่น ฯลฯ มีการนำเข้าสินค้าเพิ่มมากขึ้น ประกอบกับจากกระแสความนิยมการซื้อขายของผ่านช่องทางออนไลน์ (E-Commerce) ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ทำให้ผู้ประกอบการมีความต้องการใช้งานการขนส่งทั้งทางทะเล ทางบก และโดยเฉพาะทางอากาศ ซึ่งมีแนวโน้มการเติบโตที่ดีมากในปีนี้

ประกอบกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของทางภารัฐ ทำให้มีการลงทุนจำนวนมากเกิดขึ้น ผู้ประกอบการมีการลงทุนนำเข้าเครื่องจักรเข้ามาเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจากปัจจัยข้างต้นที่กล่าวมาล้วนแล้วแต่เป็นอานิสงส์เชิงบวกที่บริษัทจะได้รับในปีนี้ อย่างไรก็ดีแม้ว่าอัตราแลกเปลี่ยนจะยังเป็นผลกระทบต่อทั้งผู้ประกอบการโลจิสติกส์และผู้ประกอบการที่ต้องนำเข้าสินค้าอยู่บ้าง แต่มองว่าหากค่าเงินบาทไม่ได้ปรับตัวแข็งค่าอย่างรวดเร็วหรือรุนแรง ก็คาดว่าเป็นปัจจัยกดดันเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

จากปัจจัยดังกล่าวมองว่าจะช่วยสะท้อนต่อแนวโน้มผลการดำเนินงานในปี 25561 ที่จะเห็นภาพการเติบโตได้อย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับในช่วงที่ผ่านมาบริษัทได้ลงทุนขยายไลน์ธุรกิจใหม่ คือ ธุรกิจการบริหารคลังสินค้า ซึ่งได้เปิดแห่งแรกที่ท่าอากาศยานดอนเมืองเมื่อช่วงปลายปี 2560 ที่ผ่านมา คาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้อย่างเต็มที่ในปี 2561 เป็นต้นไป เบื้องต้นประเมินว่าธุรกิจใหม่ดังกล่าวจะช่วยสร้างรายได้ให้กับบริษัทโดยเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 80-100 ล้านบาทต่อปี

ชี้เป้าโต25%ยาว5ปี

นอกจากนี้ บริษัทวางแผนในระยะยาว 3-5 ปีจากนี้ (2561-65) ตั้งเป้าจะขยายธุรกิจไปต่างประเทศ โดยมองการลงทุนด้านโลจิสติกส์ในประเทศเพื่อนบ้านอย่าง CLMV เช่น กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม ผ่านโครงการขยายสาขาสำหรับธุรกิจขนส่งสินค้าทางอากาศร่วมกับพันธมิตรสายการบิน อาทิ ไทยแอร์เอเชีย แลไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์ เป็นต้น เพื่อรองรับการขยายตัวของความต้องการและการจัดส่งสินค้าระหว่างประเทศให้เพิ่มมากขึ้น

ส่วนธุรกิจขนส่งสินค้าทางเรือ บริษัทยังมีความสนใจที่จะขยายตัวแทนสายการเดินเรือร่วมกับพันธมิตรที่มีศักยภาพมากขึ้น เพื่อสร้างความหลากหลายในการให้บริการแก่ลูกค้าในอนาคต พร้อมกันนี้ยังมองการเพิ่มประสิทธิ์ภาพให้กับธุรกิจการให้บริการขนส่งตู้คอนเทนเนอร์และลานฝากเก็บ ตลอดจนการลงทุนซื้อรถหัวลากและหางลาก และซื้อเพื่อใช้สำหรับการรถขนส่งและกระจายสินค้าเคมีและสินค้าอันตรายใหม่ๆอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจากปัจจัยข้างต้นเชื่อว่าจะช่วยกระตุ้นยอดขายให้กับบริษัทได้อย่างมีนัยสำคัญในอนาคต

อย่างไรก็ตาม จากแผนการเพิ่มขีดความสามารถ ตลอดจนขยายไลน์การให้บริษัทใหม่ๆที่มากขึ้น จะช่วยสร้างการรับรู้รายได้ที่มั่งคงและสมดุล โดยวางเป้าหมายธุรกิจขนส่งสินค้าทางอากาศ จะมีสัดส่วนเหลือ 40% ธุรกิจขนส่งสินค้าเคมีภัณฑ์ 30% โดยจะเพิ่มน้ำหนักไนธุรกิจขนส่งสินค้าทางทะเลและทางบกขึ้นเป็น 15% และธุรกิจการบริหารจัดการโลจิสติกส์ เพิ่มเป็น 15% ของรายได้รวม เชื่อว่าจะผลักดันให้บริษัทมีการเติบโตของรายได้โดยเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 20-25% ต่อปี