GIFT ผุดสินค้าใหม่เน้นให้มาร์จิ้นสูงดันผลงานโต5-10%

ทันหุ้น – GIFT เดินหน้าออกผลิตภัณฑ์ความงามต่อเนื่อง หวังดันมาร์จิ้น ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนรายได้เป็น 5% จากปัจจุบันไม่ถึง 1% พร้อมใช้งบการตลาดราว 10-15 ล้านบาท กระตุ้นยอดขาย ส่วนรายได้รวมปีนี้คาดโตกว่า 5-10 % เล็งขยายคลังสินค้าเพิ่ม เตรียมเดินสายโรดโชว์สถาบัน หลังปัจจุบันมีนักลงทุนสถาบันถือหุ้น 2-3% 

นายพีรเจต สุวรรณนภาศรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แกรททิทูด อินฟินิท จำกัด(มหาชน) หรือ GIFT  เปิดเผยว่าสำหรับปีนี้บริษัทเดินหน้าออกผลิตภัณฑ์ความงามใหม่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะมีการออกผลิตภัณฑ์ที่ช่วยดูแลในเรื่องของความขาวใสหรือไวท์เทนนิ่งครีม ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์นี้  และจะมีการออกผลิตภัณฑ์อื่นๆ ในทุกๆ เดือน เพื่อเป็นการเข้าถึงตลาดสกินแคร์อย่างเต็มรูปแบบ

*อัพพอร์ตรายได้ 5%

โดยในปีนี้บริษัทมีความคาดหวังจะเพิ่มสัดส่วนรายได้จากส่วนนี้เป็น 5% จากปีที่ผ่านมาทำได้ราว 1% โดยธุรกิจดังกล่าวถือว่าเป็นธุรกิจที่มีมาร์จิ้นสูง และบริษัทถือว่ามีความเชี่ยวชาญ ทำให้แนวโน้มการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และปีนี้บริษัทตั้งงบสำหรับทำการตลาดไว้สูงถึง 10-15 ล้านบาท เพื่อเป็นการกระตุ้นยอดขาย

โดยกลยุทธ์ของบริษัทจะให้ความสำคัญการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าในรูปแบบ One stop service ให้คำปรึกษาทางด้านเทคนิคแก่ลูกค้า และดูแลลูกค้าอย่างใกล้ชิด รวมถึงได้สร้างช่องทางการตลาดอื่นๆ เพื่อรองรับสินค้าในบางชนิด เช่นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และอื่นๆ โดยสร้าง SocialMedia และ SocialNetwork รวมถึง Website ต่างๆ เพื่อเป็นการเข้าถึงลูกค้าทุกกลุ่ม

*เป้ารายได้โต 5-10%

ส่วนรายได้รวมปีนี้บริษัทคาดว่าจะเติบโต  5-10%จากปีที่ผ่านมา ซึ่งปีนี้ถือว่าเป็นปีที่ สอดคล้องกับภาพรวมเศรษฐกิจ และการเร่งทำการตลาดสินค้า ส่วนการลงทุนด้านอื่นๆปีนี้อาจจะไม่ได้ลงทุนอะไรมากนักเป็นเพียงการลงทุนคลังสินค้าต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา ขณะเดียวกันในช่วงปลายสัปดาห์นี้บริษัทเตรียมตัวไปให้ข้อมูลแก่นักลงทุนสถาบัน ร่วมกับทางบริษัทหลักทรัพย์ ที่มีการจัดการให้ข้อมูลในกลุ่มธุรกิจทางด้านความงามและสุขภาพ โดยคาดว่าจะได้รับความสนใจที่ดีจากนักลงทุนสถาบัน ขณะที่ปัจจุบันบริษัทมีสัดส่วนการถือหุ้นของนักลงทุนสถาบันราว 2-3%

ด้านบริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ระบุถึงหุ้น GIFT ว่า มองว่าแนวโน้มผลการดำเนินงานจะพลิกกลับฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งตั้งแต่ใน ไตรมาส4/2560 เนื่องจากกำลังซื้อที่คาดจะเริ่มกลับมาในช่วง 2 เดือนสุดท้ายของปี อีกทั้งได้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากทางภาครัฐ เข้ามาช่วยหนุนการจับจ่ายใช้สอยให้กลับมาคึกคักขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้สินค้ากลุ่มธุรกิจเดิมกลับมาเติบโตได้

ในขณะที่สินค้ากลุ่ม OEM คาดจะยังเติบโตดีต่อเนื่อง ยิ่งไปกว่านั้นใน ไตรมาส4/2560 บริษัทเปิดตัวสินค้าแบรนด์ตัวเองอย่างเป็นทางการ โดยจะเริ่มเห็นการปลดล็อกศักยภาพความสามารถในการทำกำไร ผ่านการเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นด้วยการสร้างสินค้าแบรนด์ของตัวเอง และมีโอกาสขยายเข้าสู่ตลาด Mass ผ่าน Chainร้านสะดวกซื้อ รวมถึงช่องทางการจัดจำหน่ายอื่นๆ เพิ่มเติมสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไป

*ฟื้นตัวแกร่ง-เป้า 7.50บ.

ทั้งนี้ยังคงประมาณการกำไรปี 2560 คงเดิมไม่เปลี่ยนแปลงคำแนะปัจจัยหนุนราคาหุ้น จะมาจาก การ Transformation ธุรกิจด้วยแบรนด์สินค้าสุขภาพและความงามของตัวเอง ซึ่งจะให้อัตรากำไรที่สูงกว่าธุรกิจในอดีต คาด PER จะถูก Re-rate ขึ้นตามกลุ่มธุรกิจเครื่องสำอางค์-ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว และโมเมนตั้มกำไรที่ดีขึ้นต่อเนื่อง และกำไรหลัก ไตรมาส 4/2560 ถึงไตรมาส1/2561 คาดจะเติบโตดีทั้ง ช่วงเดียวกันปีก่อน และจากไตรมาสก่อนหน้า ตามการฟื้นตัวของกำลังซื้อผู้บริโภคในประเทศโดยจะมีรายได้จากผลิตภัณฑ์ Skin care แบรนด์ตัวเอง รับรู้ในไตรมาส 4/2560 และ2561 เต็มปี แนะนำ “ซื้อ” เป้าหมาย 7.50 บาท