ASAP เป้าหมายชน 13บ. ลุ้นรายได้ปีนี้ทะยาน 30%

ทันหุ้น – ASAP สตอรี่โดดเด่น หลังตลาด “E-Commerce” แบบครบวงจรสดใส หนุนอนาคตโตแรง โบรกเคาะเป้าหมายใหม่ 13.00 บาท จับตารายได้ปีนี้โต 25-30% รับพอร์ตเช่ารถบูม-ธุรกิจขายยูสคาร์แจ่ม พร้อมดีเดย์เปิด “asap Auto Park” ช่วงเม.ย.นี้ หวังโกยรายได้เพิ่ม

นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ฝ่ายวิเคราะห์มีมุมมองเป็นบวกต่อหุ้นบริษัท ซินเนอร์เจติค ออโต้ เพอร์ฟอร์มานซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASAP เนื่องจากธุรกิจมีการบริหารระบบโลจิสติกส์ที่ก้าวหน้าและมีประสิทธิภาพ เป็นกุญแจสำคัญในการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 (INDUSTRY 4.0) โดยฝ่ายวิเคราะห์มอง ASAP เป็นมากกว่า “ผู้ให้บริการรถเช่า โดยเฉพาะ ASAP ถือเป็นตัวแปรหลักในการทำให้ ตลาด E-Commerce สมบูรณ์ ด้วยบริการขั้นพื้นฐาน คือ “รถยนต์และรถกระบะเชิงพาณิชย์ให้เช่าพร้อมการดูแลรักษา”

ขณะเดียวกันตั้งแต่ปี 2561 เป็นต้นไป ฝ่ายวิเคราะห์เชื่อจะได้เห็นการต่อยอดของธุรกิจ ด้านพัฒนาการกำไรที่เพิ่มขึ้น บนพื้นฐานเดิมของบริษัทผ่าน 1.Application บน Platform สมาร์ทโฟนเจ้าแรกในประเทศไทย ที่ช่วยเพิ่มอัตรากำไรผ่านการปล่อยเช่ารถยนต์ระยะสั้น 2.การเปิดตลาด ซื้อขายรถยนต์มือสอง ที่คาดว่าจะพลิกโฉมหน้าอัตรากำไรให้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะทั้งในระยะสั้น และระยะยาว

*จัดพอร์ตรถเช่าระยะยาว

สำหรับพอร์ตรถเช่าระยะยาว ซึ่งมีกลุ่มลูกค้าที่กระจายตัวในหลายธุรกิจ เช่น Kerry Express, Tesco Lotus, ไปรษณีย์ไทย, DHL, TNT, TOA, SCG เป็นจุดแข็งบริษัทที่คู่แข่งไม่มี ฝ่ายวิเคราะห์คาดจะเติบโตได้เท่าตัว เป็น 2 หมื่นคัน ภายใน 3 ปี หรือภายในปี 2563 ด้วยแนวโน้มลูกค้าองค์กร ที่ต้องการ เช่ารถยนต์ในรูปแบบต่างๆ มากขึ้น เพราะความคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพ มากกว่าการ ซื้อขาด อีกทั้งการที่ทาง ASAP เป็น Partner กับ Online booking agent ชื่อดังในต่างประเทศ เช่น rentalcars.com และ zuzuche.com จะช่วยเพิ่ม Return on Asset ให้มากขึ้น จากการบริหาร รถสำรองที่จอดว่าง มาหารายได้เพิ่ม และในระยะยาวจะเติบโตไปพร้อมกับภาวะการท่องเที่ยวในประเทศ

นอกจากนี้ ช่วงที่ผ่านมาทางบริษัทได้มีการเปิดตัว “ASAP Go” ซึ่งเป็น แอพพลิเคชั่น ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารรถจอดว่าง เพื่อให้ลูกค้าสามารถเช่ารถใช้งานได้เป็นรายชั่วโมงหรือรายวันตามที่ต้องการ ผ่าน Application บน Smartphone สะดวกในการรับรถและคืนรถ ซึ่งคาดจะเติบโตไปพร้อมกับ แนวคิด Sharing Economy ที่ประสบความสำเร็จใน จีน และเกาหลีใต้

*เป้าหมายใหม่ 13 บาท

นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยสำคัญคือ “ASAP Auto Park” อีกโครงการที่กำลังจะเปิดตัวปีนี้ ซึ่งฝ่ายวิเคราะห์คาดอัตรากำไรขั้นต้น ผลจากการขายรถเช่าหมดสัญญาที่จะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะ หลังจาก ASAP Auto Park เปิดดำเนินการในช่วงไตรมาส 2/2561 ซึ่งบริษัทจะมีพื้นที่ในการขายรถหมดสัญญา และให้บริการตรวจสภาพเพิ่มความมั่นใจ แก่ผู้ใช้งานตรง (Retail channel) คาดช่วยให้บริษัทได้มาร์จิ้นที่ดีขึ้น เทียบกับปัจจุบันที่ใช้การขายผ่านลานประมูล หรือ เต้นท์รถ ซึ่งบริษัทจะมีรถที่วางแผนจะปลดระวางขายในปี 2561 จำนวน 1,500 คัน และจะเพิ่มเป็น 4,000 คัน ในปี 2564 ตามพอร์ตรถยนต์เช่าที่เติบโตขึ้น ตลอดจนมองโมเดล “ASAP Auto park” จะไม่ได้หยุดแค่ในกรุงเทพฯ แต่คาดจะเริ่มเปิดในหลายพื้นที่ในอนาคตเพิ่มเติมด้วย

ดังนั้น จากปัจจัยดังกล่าว ประกอบกับพื้นฐานของธุรกิจที่แข็งแกร่ง ประกอบกับฝ่ายวิเคราะห์มองโมเดล “ASAP Auto park” น่าจะมีการขยายไปในพื้นที่อื่นๆ ในอนาคตเพิ่มเติม นอกเหนือ จากในกรุงเทพฯ ที่กำลังจะเปิดให้บริการภายในปีนี้ จึงให้คำแนะนำ “ซื้อ” หุ้น ASAP ให้ราคาเป้าหมาย 13.00 บาท

*รายได้ปีนี้โต 30%

อย่างไรก็ดี ล่าสุดทางนายทรงวิทย์ ฐิติปุญญา ประธาน เจ้าหน้าที่บริหาร ASAP ระบุว่า ในปี 2561 บริษัทตั้งเป้ารายได้เติบโต 25-30% จากปีก่อน เนื่องจากแนวโน้มอัตราการเช่ารถยนต์ทั้งระยะยาวและระยะสั้นขยายตัวต่อเนื่อง ประกอบกับธุรกิจยังมีแนวคิดขยายรถยนต์มือสอง (ยูสคาร์) ในปีนี้อีกเป็นจำนวนมากเข้าเสริมด้วย

ส่วนโครงการเปิดศูนย์รวมการให้บริการเกี่ยวกับรถยนต์แบบครบวงจร (asap Auto Park) ล่าสุดการก่อสร้างถือว่าคืบหน้าไปค่อนข้างมาแล้ว โดยน่าจะสามารถดำเนินการก่อสร้างและปรับปรุงพื้นที่ได้แล้วเสร็จช่วงมีนาคมนี้ และน่าจะเปิดให้บริการอย่างเป็นการในเมษายน 2561 ซึ่งหากทุกอย่างเป็นไปตามที่วางไว้น่าจะช่วยเพิ่มจุดจำหน่ายรถยนต์ที่ครบสัญญาเช่าของธุรกิจอีกทางหนึ่งในอนาคต