TNP ค้าปลีกภูธร อยากโตต้องเพิ่มสเกล

ด้วยความขยันและตั้งใจจากร้านแผงลอยขายของชำในตลาดสดเทศบาลเชียงรายเมื่อปี 2508ภายใต้ชื่อ “โง้วทองชัย”ค่อย ๆ เติบใหญ่ขึ้นมาเป็นร้านห้องแถว 2 คูหา และปัจจุบันกลายมาเป็น “บริษัท ธนพิริยะ จำกัด มหาชน” ร้านค้าปลีกและขายส่งทันสมัยในจังหวัดเชียงรายที่คนทั้งจังหวัดต่างก็รู้จักกันเป็นอย่างดี

จุดเปลี่ยนแห่งการเติบโตเริ่มขึ้นในรุ่นลูก คือ คุณธวัชชัย พุฒิพิริยะหรือที่คนท้องถิ่นเรียก “เฮียแก้ว” และภรรยา คือ เภสัชกรหญิงอมร พุฒิพิริยะ ขณะมาเรียนที่กรุงเทพฯ เห็นรูปแบบการเติบโตของ 7-11 และ Makro มั่นใจว่าใช่แน่ ไม่รอช้ารีบกลับบ้านที่เชียงรายมาปรับปรุงร้านของตัวเองก่อนที่ยักษ์ใหญ่จะก้าวเท้าเข้ามา

ความแตกต่างของ ธนพิริยะ คือ ไม่ขายของสด เปิดในแหล่งชุมชนบนถนนสายหลักคือให้ชาวบ้านไปเดินซื้อของกินในตลาดหรือใน 7-11 ให้เสร็จก่อน แล้วแวะมาเลือกซื้อของใช้เข้าบ้านให้ถูกใจกว่า 15,000 รายการที่ธนพิริยะ เหมือนสโลแกนที่ว่า “ราคาถูกจริงช้อปปิ้งถูกใจอยู่ใกล้บ้านคุณ”

@ผลประกอบการของ TNP และอัตราส่วนการเงินที่น่าสนใจ

ปี 2558ยอดขาย 1,316ล้านบาท กำไรสุทธิ 39 ล้านบาท (NPM = 2.96%)
ปี 2559ยอดขาย 1,448ล้านบาท กำไรสุทธิ 55ล้านบาท (NPM = 3.82%)
9 เดือนแรกปี 2559 ยอดขาย 1,077ล้านบาท กำไรสุทธิ 39ล้านบาท (NPM = 3.59%)
9 เดือนแรกปี 2560ยอดขาย 1,166ล้านบาท กำไรสุทธิ 43ล้านบาท (NPM = 3.72%)

Current Ratio 1.86 เท่า Quick Ratio 0.55 เท่า
GPM 13.3% NPM 3.72%
Cash Cycle 25 วัน (Inventory Day 54 วัน)

ต้องเล่าให้ฟังก่อนว่า ปัจจัยความสำเร็จของธุรกิจค้าปลีกแบบนี้คือ การขยายสเกลให้ได้มาก ๆ เพราะว่ากำไรน้อยตั้งแต่ขั้นต้น และมีค่าใช้จ่ายในการขาย ค่าเช่าที่ ค่าพนักงาน อีกพอสมควร จีงต้องทำให้กำไรที่เป็นตัวเงินเยอะ ๆ ถึงจะคุ้ม

พอมาดู TNP ยอดขายโตจากการขยายสาขา ตอนนี้มี 18 ร้านค้าปลีก และ 1 ร้านค้าส่งแต่จะเห็นว่า Quick Ratio ค่อนข้างต่ำ เพราะว่าสต็อคสินค้าเยอะถึง 54 วัน (เทียบกับ CPALL ที่ 25 วัน) ถามว่าทำไมต้องสั่งเยอะ ก็เพราะยิ่งสั่งเยอะจะได้ส่วนลดการค้าหรือถึงเป้าของ supplier ก็จะมีเงินสนับสนุนให้เพิ่ม บวกกับระบบขนส่งอาจไม่ได้ส่งของได้ทุกวันทำให้ต้องสต็อคสินค้าไม่ให้ขาด Cash Cycle เลยไม่ได้ติดลบเหมือนร้านค้าปลีกเจ้าอื่น แต่ในส่วนของข้อดีก็คือ อัตรากำไรค่อย ๆ ขยับเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เพราะการเปิดร้านค้าปลีกได้มาร์จิ้นที่ดีกว่าร้านค้าส่ง และเปิดเพิ่มทุกปี ๆ ละ 4-5 สาขา

@อนาคตของ TNP จะเดินไปอย่างไร

1. ศูนย์กระจายสินค้าแห่งใหม่ที่เพิ่งเสร็จไปไม่นานจะช่วยให้การบริหารสินค้าคงเหลือดีขึ้น จะทำให้ Cash Flow ดีขึ้น แต่ก็จะมีค่าเสื่อมเดือนละ 4 แสนบาท มาเป็นค่าใช้จ่ายที่ต้องระวัง

2. TNP มี 3 สาขา ที่มีเครื่องรูดบัตรโครงการธงฟ้าประชารัฐ ซึ่งอันนี้เป็นปัจจัยบวกระยะสั้น เพราะทุกสิ้นเดือนคนจะแห่มาซื้อของที่ร้านจากเงินที่ได้ในบัตร (เพราะร้านที่มีเครื่องรูดมีไม่เยอะ)

3. ขยายสาขาเพิ่ม 5 แห่ง ในปี 2561อันนี้ต้องมาดูว่า ถ้าขยายสาขาจนเต็มเชียงรายแล้ว การออกไปจังหวัดอื่น เช่น พะเยา เชียงใหม่ จะทำได้ดีแค่ไหน เพราะที่ผ่านมาการเติบโตขึ้นอยู่กับการดูแลของผู้บริหารอย่างใกล้ชิดและทำได้ทั่วถึง

4. ยอดขายสาขาเดิมต้องโตให้มากขึ้น ตอนนี้ Same Store Sale Growth อยู่แค่ 0.8% โดยมีจำนวนคนเข้าร้านเฉลี่ยเท่าเดิม เพราะฉะนั้นจำเป็นต้องทำให้ยอดขายเฉลี่ยต่อบิลเพิ่มให้ได้มาก ๆ (ปัจจุบันอยู่ที่ 350-360 บาท) คือ ทำไงก็ได้ให้ซื้อของเยอะขึ้นหรือราคาสูงขึ้น

สรุป TNP ถ้าอยากโตแบบก้าวกระโดดต้องขยายสาขาให้ได้มาก ๆ และบริหารจัดการสินค้าคงเหลือไม่ให้เป็นภาระกดดันสภาพคล่อง รวมทั้งต้องพยายามเพิ่มยอดขายต่อบิลให้เพิ่มมากกว่าการเน้นสินค้าราคาถูกแต่เพียงอย่างเดียว

 

เขียนโดย ศรุติ โชติเสรีวิทย์ เพจ Stock Vitamins – วิตามินหุ้น
อย่าลืมกดติดตาม (subscribe)
Fanpage : ทันหุ้น
Youtube : thunhoon V.I.P
www.thunhoon.com
ติดตามข่าวสารผ่าน LINE ฟรีคลิ๊กเลย
https://line.me/R/ti/p/%40kro3673w