SKE เปิดธุรกิจใหม่ผลิตก๊าซ CBG อัดเสริมรายได้แกร่ง

ทันหุ้น – SKE ปักธงรายได้ปี 2561 เติบโตไม่ต่ำกว่า 15 % ชี้ความต้องการใช้ก๊าซ NGV ต่อเนื่อง  ตั้งเป้าปริมาณใช้ก๊าซปี 2561 ที่ 640 ล้านตันต่อวัน ลุยธุรกิจใหม่ด้านก๊าซไบโอมีเทนอัด(CBG) เล็งขยายธุรกิจด้านไบโอก๊าซอีกไม่ต่ำกว่า 5 โครงการ ภายในปี 2563 เสริมแกร่งอนาคต 

นายชัชชัย สุเมธโชติเมธา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สากล เอนเนอยี (จำกัด) มหาชน หรือ SKE เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจในปีนี้จะเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากปริมาณการใช้ก๊าซ NGV ที่จะกลับมาเพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี ซึ่งจะเห็นได้จากยอดปริมาณการอัดก๊าซ ปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงสุดในช่วงไตรมาสที่ 4/60 อยู่ที่ราว 600 ตันต่อวัน หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 20 % ซึ่งเป็นการเติบโตที่ต่อเนื่องมายังปี 2561 นี้ ตามความต้องการใช้ในประเทศ และการขยายตัวของโลจิสติกส์ บริษัทจึงตั้งเป้าว่าปริมาณการอัดก๊าซในปี 2561 จะอยู่ที่ราว 640 ตันต่อวัน และคาดว่ารายได้ในปีนี้ 2561 จะเติบโตไม่ต่ำกว่า 15 %

นอกจากนี้ บริษัทได้มีการลงทุนในธุรกิจใหม่ด้านการผลิตและจำหน่ายก๊าซ CBG มูลค่าโครงการประมาณ 80 ล้านบาท โดยมีเม็ดเงินสนับสนุนจากกระทรวงพลังงานราว 12 ล้านบาท รวมถึงกระแสเงินสด และกู้ยืมจากสถาบันการเงิน ซึ่งโครงการผลิตและจำหน่ายก๊าซ CBG เป็นการร่วมทุนพันธมิตร บริษัท อาร์อี ไบโอฟูเอลส์ จำกัด ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายก๊าซไบโอมีเทนอัด (CBG) มีขนาดกำลังการผลิตกว่า 3,000,000 กิโลกรัมต่อปี  มีสัดส่วนการถือหุ้นที่ 75%  คาดว่าผลตอบแทนโครงการอยู่ที่ 12.01% ขณะที่มีผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้น 28.42% โดยมีระยะเวลาคืนทุน 5.61 ปี

ตุนลูกค้าเข้าพอร์ต

ปัจจุบันบริษัทได้ทำบันทึกข้อตกลง MOU ขายก๊าซให้กับ บริษัท ฟ้าสางวู๊ดชิพ จำกัด  เป็นเวลา 7 ปี ซึ่งเป็นบริษัทขนส่งที่ดำเนินธุรกิจอยู่ในบริเวณพื้นที่ตั้งของโครงการ 7,000 กิโลกรัมต่อวัน หรือ คิดเป็นจำนวนกว่า 2,310,000 กิโลกรัมต่อปี คาดว่าจะสามารถรับรู้รายได้เข้ามาในช่วงไตรมาสที่ 3/61 ซึ่งบริษัทคาดว่าจะสามารถคืนทุนได้ภายใน 5 ปี

ทั้งนี้ไบโอมีเทนอัด หรือ CBG ผลิตจากก๊าซไบโอก๊าซ มีคุณสมบัติเหมือนกับก๊าซ NGV ใช้ได้กลับรถยนต์ที่ออกแบบเครื่องยนต์มารองรับ และยังเป็นก๊าซที่สามารถต่อยอดธุรกิจพลังงานได้อีกมาก เนี่องจากผลิตได้จากน้ำเสียของโรงงานแป้งมันสำปะหลัง และโรงงานอุตสาหกรรมอื่นๆในพื้นที่ จังหวัดนคราชสีมา ที่เป็นพื้นที่ตั้งโครงการ ซึ่งเป็นแหล่งปลุกมันสำปะหลัง มากที่สุดในประเทศไทย ซึ่งบริษัทตั้งเป้า ลงทุนในธุรกิจด้านไบโอก๊าซอีกไม่ต่ำกว่า 5 โครงการ ภายในปี 2563 อย่างไรก็ตามบริษัทได้วางเป้าหมาย ในการศึกษาธุรกิจพลังงานทดแทนใหม่ๆ  เพื่อเข้ามาส่งเสริมรายได้ที่มั่นคงในอนาคต

เป้า2.40 – 2.68 บาท

บริษัทหลักทรัพย์ทิสโก้ จำกัด ระบุว่า SKE มีสถานีก๊าซธรรมชาติของบริษัท  2 สถานี คือ สถานีก๊าซธรรมชาติหลักเอกชนจังหวัดปทุมธานี (กำลังการผลิตขั้นต่ำ 200 ตัน/วัน) และสถานีก๊าซธรรมชาติหลักเอกชนจังหวัดสระบุรี (กำลังการผลิตขั้นต่ำ 320 ตัน/วัน) และมีอัตราการอัดก๊าซธรรมชาติจริงร้อยละ 67% ในปีที่ผ่านมา และสถานีบริการแบบ PMS หลักมีจำนวน 19 สถานีเป็นของ PTT 15 สถานีและเป็นของเอกชน 4 สถานี (รวมสถานีของบริษัท 2 แห่ง)

และมีโครงการในอนาคต ได้เเก่ แผนในการปรับปรุงประสิทธิภาพและระบบสูบอัดและจ่ายก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (NGV) โดย เพิ่มช่องจำหน่ายก๊าซ NGV ที่สระบุรี บริษัทมีแผนในการเพิ่มช่องจ่ายก๊าซจำนวน 12 ช่องเป็นรวม 20 ช่องคาดแล้วเสร็จในช่วงไตรมาส1/2561 , โครงการเพิ่มประสิทธิภาพของระบบแลกเปลี่ยนความร้อน ,โครงการปรับปรุง Pipe Line ท่อก๊าซธรรมชาติในสถานี และ 4) การปรับปรุงเครื่องสูบก๊าซธรรมชาติเพื่อลดต้นทุนในการผลิต และบริษัทมีแผนในการเปิดสถานีบริการก๊าซแบบตามแนวท่อที่จังหวัดนครสวรรค์โดยใช้งบลงทุน 100 ล้านบาทกำลังการอัดก๊าซ 30 ตันต่อวัน และประมาณการยอดขาย 20 ตัน/วันคาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ในไตรมาส1/2561 และพร้อมดำเนินงานปี 2562

ทั้งนี้ฝ่ายวิจัยประเมินมูลค่าที่เหมาะสมของ SKEที่ราคา 2.40 – 2.68 บาท โดยใช้ PER ที่ 18 – 20 เท่าสำหรับปี 2018 เทียบกับ PER ของธุรกิจที่ใกล้เคียงกัน (SR และ SCN) และให้ส่วนลด 10 – 20% คาดว่าผลประกอบการของ SKE จะมีการเติบโตที่สูงในปี2561 จากการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น

 

อย่าลืมกดติดตาม (subscribe)
Fanpage : ทันหุ้น
Youtube : thunhoon V.I.P
www.thunhoon.com
ติดตามข่าวสารผ่าน LINE ฟรีคลิ๊กเลย
https://line.me/R/ti/p/%40kro3673w