เข้าใจอารมณ์ตลาดหรือจิตวิทยาการลงทุน..

156

จากความกังวลเรื่องผลการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงินของสหรัฐฯ FOMC ที่จะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนั้น นักลงทุนต่างพากันเฝ้าติดตามรอผลที่จะออกมา ทำให้การลงทุนเงียบเหงาลงไม่แต่เฉพาะบ้าน เป็นกันทุกตลาดทั่วโลก เลยทำให้ตลาดมีการปรับฐานใหญ่ โดยยังเห็นแรงขายหุ้นของนักลงทุนต่างชาติออกมาอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับทิศทางการเคลื่อนย้ายเงินทุนที่มีการไหลออกไปสหรัฐฯมากขึ้น โดยเฉพาะแรงขายที่มีในหุ้นขนาดใหญ่ที่มีการปรับตัวขึ้นมาก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตามคงต้องติดตามข้อมูลข่าวสารต่างๆอย่างใกล้ชิด เพราะมีเรื่องราวที่เป็นปัจจัยกระทบต่อการลงทุนในตลาดทุนบ้านเราช่วงนี้อยู่หลายเรื่อง

หุ้นกลุ่มพลังงาน กลุ่มแบงก์ สื่อสาร รับเหมาก่อสร้างและวัสดุก่อสร้าง ท่องเที่ยว และกลุ่มส่งออก เหล่านี้ล้วนเป็นกลุ่มหุ้นที่มีบทบาท และชี้นำทำให้ตลาดมีทิศทางการขับเคลื่อนไปทางไหน เพราะเป็นหุ้นขนาดใหญ่ที่เป็นเป้าหมายในการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติและกองทุน ซึ่งเราก็ปฏิเสธอีกไม่ได้เช่นกันว่าเป็นผู้กุมบังเหียนตลาดทุนไทยว่าจะให้ขึ้นหรือลงได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ด้วยกำลังทุนที่มีอย่างมากมาย ความรู้ เครื่องไม้เครื่องมือต่างๆ การเข้าถึงข้อมูลข่าวสารในเชิงลึกได้มากกว่านักลงทุนอย่างเราๆท่าน

ดังนั้นภาวะตลาดทุนไทยยังเป็นการปรับฐานทดสอบแรงซื้อและแรงขายจนกว่าจะสะเด็ดน้ำ เนื่องจากตอนนี้ยังไม่เห็นสัญญาณใดๆที่จะบ่งชี้ถึงแนวโน้มทิศทางของตลาดได้อย่างชัดเจนว่าจะเคลื่อนไหวไปทางไหน แม้ต่างชาติยังขายแต่ก็มีกองทุนเข้ามาช้อนรับไว้เช่นกัน เพียงแต่ภาวะโดยรวมของตลาดที่ยังผันผวนไร้ทิศทาง คงต้องใช้ความรอบคอบ ระมัดระวังการลงทุนเพิ่มขึ้นอีกสักหน่อย แต่ก็ไม่ได้ให้ต้องวิตกกังวล หรือจิตตกกันเกินกว่าเหตุ โดยเฉพาะการลงทุนแนวเก็งกำไร ที่จะต้องอาศัยทักษะ ความสามารถเฉพาะตัวเพื่อดักช่วงชิงเอากำไรกันในช่วงระยะสั้น

แต่สำหรับนักลงทุนที่มองในด้านพื้นฐาน ขณะนี้นั้นหุ้นที่มีพื้นฐานดี มีอนาคตราคามีการอ่อนย่อลงในช่วงตลาดปรับฐานแบบนี้ ก็ยังมีให้เลือกค้นหาและน่าจะเป็นจังหวะที่ดีในการเก็บสะสมแล้วอดทนรอคอยได้เหมือนกัน ด้วยเพราะหุ้นที่มีพื้นฐานดีๆที่มีผลการดำเนินงานที่เติบโตโดดเด่นในอนาคต แต่มีระดับราคาที่ต่ำในขณะนี้นั้น ย่อมให้ผลตอบแทนคืนกลับที่คุ้มค่ากับการลงทุนทั้งในแง่ส่วนต่างราคาหุ้น และเงินปันผลตอบแทน เพียงแต่ว่าเราจะต้องค้นหา ค้นคว้า ประเมินรู้ในหุ้นนั้นๆอย่างรู้จริง มีความเชื่อมั่นต่อการเติบโตของหุ้นในอนาคตบนเหตุและผลรองรับ เพราะทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับภาวะและปัจจัยกระทบที่เกิดขึ้นกับตลาดหุ้น รวมถึงอารมณ์ของนักลงทุนส่วนใหญ่ หรือจะเรียกว่าจิตวิทยาการลงทุนก็ได้ หากแต่เราเข้าใจได้ในที่สุดแล้ว การขับเคลื่อนเดินหน้าต่อไปของตลาดหุ้นก็จะมุ่งไปสู่หนทางที่ดีที่ควรจะเป็นครับ

ดังนั้นความเป็นไปของตลาดหุ้น เรื่องราวต่างๆของตลาดหุ้นที่เกิดขึ้นคือ สิ่งที่จะนำพานักลงทุนให้ก้าวสู่ความมั่งคั่งร่ำรวยหรือจะพาให้ไปสู่ความเสียหายหมดเนื้อหมดตัว ทั้งหลายทั้งปวงก็ขึ้นอยู่ที่นักลงทุนแต่ละคนต้องจะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแบบที่ทำให้การลงทุนเสียหาย สรุปบทเรียนแก้ไขข้อผิดพลาด รวมถึง ค้นคว้า เรียนรู้และพัฒนาตัวเองให้เกิดทักษะความช่ำชองและความเชื่อมั่นให้สามารถต่อสู้ในตลาดหุ้นที่พร้อมจะให้เราได้เข้าไปไขว่คว้าหาความสำเร็จ ในยามที่ทิศทางตลาดยังเป็นขาขึ้นให้ได้และหลีกหนีความเสี่ยงที่จะทำให้เราเสียหายยามที่ตลาดเปลี่ยนเป็นขาลงได้

สรุปการลงทุนในตลาดหุ้น เราต้องพยายามหาจังหวะในการเข้าสู้หุ้นให้รู้ทิศรู้ทาง และต้องปรับตัวให้เข้ากับกระแสของความเป็นไปในทิศทางของหุ้นที่แท้จริง ช่วงไหนตลาดมีทิศทางที่ดีก็เข้าสู้กอบโกยกันให้เต็มที่ หากช่วงไหนตลาดไม่ดีรู้สึกสับสน อึดอัด ไม่แน่ใจกับภาวะของตลาดหุ้น ก็ให้นิ่ง ๆอยู่เฉย ๆ สุดท้ายรอให้สถานการณ์ต่างๆคลี่คลายและสร้างความเชื่อมั่นคืนกลับคุณก็จะประสบกับความสำเร็จต่อการลงทุนได้แน่นอน