18  กุมภาพันธ์ 2556

แนวโน้มสถานการณ์ราคาน้ำมัน (18 -22 ก.พ. 56)

“ไทยออยล์คาดราคาน้ำมันดิบเบรนท์จะเคลื่อนไหวในกรอบเดิมที่ 112-120 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ส่วนเวสต์เท็กซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 92-100 เหรียญฯ”

 


แนวโน้มสถานการณ์ราคาน้ำมัน (18 -22 ก.พ. 56)

การเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันในสัปดาห์นี้คาดว่าจะยังคงเคลื่อนไหวในกรอบเดิม โดยสัปดาห์นี้มีหลายเหตุการณ์ที่น่าจับตามอง ได้แก่ ตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของยุโรปที่คาดว่าจะดีต่อเนื่อง รายงานการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ ที่จะเผยรายละเอียดของการประชุมในเรื่องทิศทางแผนกระตุ้นเศรษฐกิจ นอกจากนี้ จับตาโค้งสุดท้ายการเลือกตั้งของอิตาลี และการเจรจาหาข้อตกลงของการปรับลดรายจ่ายสหรัฐฯ ระหว่างเดโมแครตและรีพับลิกัน รวมถึง ความไม่สงบในแอฟริกาและตะวันออกกลางที่จะทำให้ราคาน้ำมันในสัปดาห์นี้มีความผันผวนตลอดทั้งสัปดาห์

 

ปัจจัยสำคัญที่จะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์นี้:

·        ตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญทางฝั่งยุโรป ได้แก่ ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ดัชนีชี้วัดภาคการผลิต-การบริการ ดัชนีชี้วัดภาวะเศรษฐกิจยุโรปและเยอรมนีประจำเดือน ก.พ. ที่คาดว่ามีแนวโน้มดีขึ้น อย่างไรก็ตาม หากตัวเลขออกมาไม่ดีอาจส่งผลให้มีการเทขายทำกำไรของนักลงทุนเกิดขึ้น หลังจีดีพีไตรมาส 4/55 ของยูโรโซนออกมาหดตัวมากกว่าคาดที่ 0.6%

·        ติดตามรายงานการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ ประจำเดือน ม.ค. ว่าคณะกรรมการของธนาคารกลางมีความเห็นต่อแผนกระตุ้นเศรษฐกิจ (QE4) อย่างไร หลังช่วงที่ผ่านมา มีหลายฝ่ายแสดงความคิดเห็นว่าสหรัฐฯ ควรปรับลดระยะเวลาของแผน QE4 ให้สั้นลง เนื่องจากมองว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ มีทิศทางดีขึ้นแล้ว

·        จับตาโค้งสุดท้ายการเลือกตั้งผู้นำคนใหม่ของอิตาลีที่จะมีขึ้นในช่วงสุดสัปดาห์ที่จะถึงนี้ (24 – 25 ก.พ. 56) ว่าผลจะออกมาอย่างไร โดยผลสำรวจล่าสุดแม้ว่านายปิแอร์ ลุยจิ เบอร์ซานียังคงมีคะแนนนำ แต่คะแนนของนายซิลวีโอ แบร์ลุสโกนีก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ นับจากปลายปีที่แล้ว ซึ่งหากนายแบร์ลุสโกนีได้เป็นรัฐบาลอาจทำให้อิตาลีเผชิญกับภาวะหนี้สูงอีกครั้ง

·        ความคืบหน้าของการเจรจาระหว่างพรรครีพับลิกันและพรรคเดโมแครตเพื่อหาข้อตกลงเรื่องแผนลดรายจ่ายอัตโนมัติที่จะครบกำหนดปลายเดือน ก.พ. หลังจากที่ได้ขยายเวลาปรับลดรายจ่ายมาแล้วครั้งหนึ่งจากช่วงสิ้นปีที่ผ่านมา โดยทั้งสองฝ่ายยังคงไม่สามารถตกลงกันได้เนื่องจากเดโมแครตเรียกร้องให้มีการขยายเวลาต่อไปอีกแต่รีพับลิกันยังคงไม่เห็นด้วย

·        สถานการณ์ความไม่สงบในแอฟริกาและตะวันออกกลาง โดยเฉพาะในประเทศซูดาน ซีเรีย อียิปต์ แอลจีเรีย และอิสราเอล-ปาเลสไตน์ ที่ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่องและอาจทวีความรุนแรงขึ้นได้ทุกขณะ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการผลิตและส่งออกน้ำมันจากประเทศผู้ผลิตในภูมิภาคดังกล่าว

 

สรุปสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์ที่ผ่านมา (11 ก.พ. – 15 ก.พ. 56)

ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสปรับเพิ่มขึ้น 0.14 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล มาปิดที่ 95.86 เหรียญฯ ต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับลดลง 1.24 เหรียญฯ มาปิดที่ 117.66 เหรียญ

ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสปรับเพิ่มขึ้นหลังเหตุการณ์พายุหิมะถล่มในแถบตะวันออกเฉียงเหนือไม่ส่งผลกระทบต่อโรงกลั่นในสหรัฐฯ ทำให้ความต้องการน้ำมันดิบเพื่อการกลั่นยังคงมีอยู่ต่อเนื่อง ขณะที่สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA) และโอเปกออกมาปรับเพิ่มคาดการณ์ความต้องการใช้น้ำมันโลกปี 2556 ขึ้นจากรายงานเดือนก่อนหน้า กลายเป็นปัจจัยหนุนราคาน้ำมัน อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันช่วงปลายสัปดาห์ปรับตัวลดลงหลังตัวเลขปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ประจำสัปดาห์ที่ผ่านมาเพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับตลาดยังคลายความกังวลกับปัญหานิวเคลียร์อิหร่าน หลังมีรายงานว่าอิหร่านนำแร่ยูเรเนียมส่วนหนึ่งไปใช้เพื่อผลิตเป็นพลังงานเพิ่มขึ้น