20  ธันวาคม 2555

กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง: "น้ำหนักมากกกว่าตลาด" - บล.เคจีไอ

กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง   -    "น้ำหนักมากกกว่าตลาด"

ปีแห่งการเติบโต

สรุปประเด็นสำคัญ และข่าวล่าสุด
          แผนการลงทุนโครงการโครงสร้างพื้นฐานมูลค่า 2.3 ล้านล้านบาท สนับสนุนภาวะอุตสาหกรรมการก่อสร้าง
          โครงการระบบรางเป็นความสำคัญอันดับต้นๆ
          รถไฟฟ้าสายสีชมพูและสายสีเขียวจะเริ่มประมูลในปีหน้า
          คงให้น้ำหนักหุ้นกลุ่มนี้มากกว่าตลาดโดยมี STEC เป็นหุ้นเด่นในกลุ่ม

 

คงให้น้ำหนักหุ้นกลุ่มนี้มากกว่าตลาดจากแนวโน้มที่สดใส
          เรายังคงให้น้ำหนักหุ้นกลุ่มรับเหมาก่อสร้างที่มากกว่าตลาดจากการลงทุนขนาดใหญ่ของภาครัฐ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนแนวโน้มธุรกิจรับเหมาก่อสร้างในระยะอีก 5 ปีข้างหน้า โดยแผนการลงทุนโครงการโครงสร้างพื้นฐานมูลค่ารวม 2.3 ล้านล้านบาท จะช่วยกระตุ้นภาวะการก่อสร้างและทำให้ยอด backlog ของผู้รับเหมาในประเทศทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อไปเรื่อยตั้งแต่ปี 2554-2558 ทั้งนี้เรามองว่า Sino-Thai Engineering & Construction (STEC.BK/STEC TB) เป็นหุ้นเด่นในกลุ่มจากสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง และวัฎจักรขาขึ้นของกำไร โดยเราแนะนำให้ “ซื้อ” และให้ราคาเป้าหมายที่ 26 บาท

 

โครงการขนส่งมวลชนระบบรางเป็นความสำคัญอันดับต้นๆ
          ประเทศไทยในปัจจุบัน ยังขาดความสามารถในการแข่งขันทางด้านต้นทุนค่าขนส่ง เนื่องจากการขนส่งสินค้าในประเทศยังพึ่งการจราจรทางบกเป็นหลัก ซึ่งเป็นการขนส่งที่มีต้นทุนสูงที่สุดที่ 1.7 บาทต่อตันต่อกม. เมื่อเทียบกับช่องทางการขนส่งทางอื่น ทั้งนี้ทางรัฐบาลได้วางแผนที่จะลงทุน 1.1 ล้านล้านบาทในโครงการระบบราง เช่นโครงการรถไฟรางคู่ และรถไฟความเร็วสูง หรือคิดเป็น 52.8% ของโครงการโครงสร้างพื้นฐานในอีก 5 ปีข้างหน้า ทั้งนี้เราเชื่อว่านี่เป็นกลยุทธ์ที่ถูกต้องในการที่จะลดต้นทุนค่าขนส่งต่อ GDP ลงจากระดับปัจจุบันที่ 14.5% ให้ต่ำกว่า 10.0% เช่นเดียวกับในประเทศที่พัฒนาแล้ว ซึ่งโครงการขนาดใหญ่ที่รออยู่ข้างหน้าเป็นโอกาสที่ดีของผู้รับเหมารายใหญ่อย่าง STEC ซึ่งเคยมีผลงานเกี่ยวกับระบบรางมาแล้วในอดีต

 

รถไฟฟ้าสายสีชมพูและสายสีเขียว คาดว่าจะเริ่มเปิดประมูลได้ปีหน้า
          เราคาดว่าจะเห็นกระบวนการประมูลรถไฟฟ้าสายสีชมพู (แคราย-ปากเกร็ด-มีนบุรี) และสายสีเขียว (หมอชิต-คูคต) ของ รฟม. เริ่มต้นขึ้นในปีหน้า หลังจากได้ข้อสรุปเกี่ยวกับงานออกแบบในรูปแบบของรถไฟฟ้าขนาดเบา (monorail) โดยการเปิดประมูลสายสีชมพูน่าจะเริ่มต้นได้ในช่วงต้นปี 2556 ในขณะที่การก่อสร้างน่าจะเริ่มขึ้นได้ในปลายปี 2556 ถึง ปี 2557 ด้วยมูลค่า 5.4 หมื่นล้านบาท นอกจากนี้ การที่แบบของรถไฟฟ้าสายสีเขียวผ่านการอนุมัติจาก EIA แล้วก็น่าจะทำให้การประมูลเกิดขึ้นได้ในต้นไตรมาสที่ 1/56 เช่นกัน

โครงการรถไฟความเร็วสูงมีความชัดเจนมากขึ้น
          จีนได้เสนอแผนการสร้างรถไฟความเร็วสูงสองสาย ได้แก่ กรุงเทพ-เชียงใหม่ และกรุงเทพฯ-หนองคาย โดยมีมูลค่าโครงการรวม 3 แสนล้านบาท และ 2.98 แสนล้านบาทตามลำดับ ทางนี้ส่วนกรุงเทพ-ภาชี ซึ่งเป็นส่วนแรกของสายกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ น่าจะเริ่มประมูลได้ในไตรมาสที่ 3/56 และสามารถเริ่มให้บริการได้ก่อนงาน Thailand World Expo ในปี 2563 ซึ่งน่าจะเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่จะช่วยกระตุ้นกลุ่มรับเหมาและช่วยเลี้ยงให้มูลค่างานก่อสร้างยังคงสูงกว่า 9 แสนล้านบาทต่อปีในอีก 5 ปีข้างหน้า

 

STEC เป็นหุ้นเด่นในกลุ่มของเรา
          ยอด backlog ของ STEC ที่สูงถึง 5.8 พันล้านบาท จะช่วยหนุนให้รายได้เพิ่มขึ้น 18.5% CAGR ในช่วงปี 2554-2557 ขณะเดียวกันความชำนาญของบริษัทน่าจะช่วยให้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและประหยัดต้นทุนซึ่งจะทำให้สามารถรักษาระดับอัตรากำไรขั้นต้นเอาไว้ได้ที่ 9.0-9.1% ดังนั้น เราจึงคาดว่าจะเห็นกำไรสุทธิทำสถิติสูงสุดใหม่ทุกปีในช่วงปี 2555-2557 จาก 904 ล้านบาทในปี 2554 เป็น 1.0 พันล้านบาทในปี 2555 และเป็น 1.2 พันล้านบาทในปี 2556 และ 1.4 พันล้านบาทในปี 2557 เรายังคงแนะนำ “ซื้อ” โดยให้ราคาเป้าหมายปี 2556 ที่ 28 บาท (PBV 4.9x หรือ 2 Std) แต่อย่างไรก็ตามเราอาจจะทำการ re-rate จาก 2 Std ในปัจจุบันเป็น 3 Std เนื่องจากแผนการลงทุนอย่างต่อเนื่องของภาครัฐจะช่วยสนับสนุนกลุ่มธุรกิจรับเหมาก่อสร้างและส่งให้ผลประกอบการสูงเกินกว่าที่เราคาดไว้ในปัจจุบัน

 

 

          โดย บมจ.หลักทรัพย์ เคจีไอ(ประเทศไทย) ประจำวันที่ 20 ธ.ค. 2555