ชื่อผู้ใช้

รหัสผู้ใช้


   ลืมรหัสผ่าน
 
เคาะหุ้น   1 กันยายน 2551 08:36

กันยาขออย่า....อาถรรพ์ ?




 
ยังหาคำตอบไม่เจอ..สำหรับการเมือง ส่วนตลาดหุ้นเจอแล้วลงก่อน หลังจากนั้นค่อยว่ากันสำหรับเดือนกันยายน  แต่ต้องบอกกับนักลงทุนว่าเช้าวันนี้ ไก่ทองยังไม่แน่ใจเหมือนว่าสถานการณ์ทางการเมืองจะลงเอยอย่างไรเพราะทุก ๆ นาทีขณะที่กำลังเขียนต้นฉบับนี้ บอกได้เลยว่า ความไม่แน่นอนทางการเมืองมีโอกาสเกิดขึ้นได้เสมอŽ  นักลงทุนคงต้อง อดทนŽ ติดตามและรอดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพราะนอกจาก สถานการณ์สร้างวิระบุรุษŽ แล้ว สถานการณ์สร้างทั้ง วิกฤติ และโอกาสŽ พร้อม ๆ กัน แต่ขึ้นอยู่กับว่า นักลงทุนจะบริหารสถานการณ์เหล่านี้อย่างไร ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
  ทางเลือกระหว่างรัฐบาล และพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย หากดูจากมาตราการและกิจกรรมที่แต่ละฝ่ายงัดออกมาสู้กันตอนนี้ต้องบอกว่า ตึงเครียดŽ เพราะสิ่งที่พันธมิตรกำลังดำเนินการนั้นถ้าเป็นการต่อสู้ต้องเรียกว่า ใช้ท่าไม้ตายŽ และเร่งพลังอย่างขีดสุดหากใช้ภาษากำลังภายใน ส่วนรัฐบาลเองก็เช่นกัน หลังพิงฝาŽ ช่วงชิง ความชอบธรรมŽ กันอย่างรุนแรงเพราะความเสี่ยงที่จะเกิดการใช้กำลังกันค่อนข้างสูง หากฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด ขาดความอดทนŽ  หรือใช้อารมณ์เป็นประเด็นในการตัดสินใจ ผลเสียย่อมตามมาทั้ง การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมซึ่งคาดว่าสิ่งที่ประชาชนส่วนใหญ่กำลังติดตามคือ เมื่อใดสถานการณ์เหล่านี้จะ ยุติลงด้วยความสงบเรียบร้อยŽ และกลับมาพัฒนาประเทศและเศรษฐกิจไทยให้เจริญรุ่งเรืองซึ่งหากสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น สังคมก็เป็นสุข
  สำหรับมุมมองของไก่ทองต่อตลาดหุ้นไทยนั้น ระยะสั้นยังเชื่อว่าปัจจัยการเมืองยังคงมีอิทธิพลครอบงำตลาดในแง่ ความไม่แน่นอนŽ และเป็นปัจจัยที่ทำให้นักลงทุนที่ใช้เหตุผลในการเลือกซื้อหุ้นสามารถใช้ ความไม่แน่นอนของสถานการณ์Ž เป็นจังหวะสำหรับการ ซื้อ หรือขายŽ  ซึ่งอาจจะสร้างความได้เปรียบและเสียเปรียบให้กับนักลงทุนที่ใช้ สิ่งแวดล้อมการลงทุนŽ เป็นส่วนหนึ่งในการวางกลยุทธ์การลงทุนและตัดสินใจเลือกหุ้น  ทั้งนี้เพราะนักลงทุนสามารถเปลี่ยนพฤติกรรมซื้อหรือไม่ซื้อตามสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เข้ามากระทบ แต่หากนักลงทุนระมัดระวังการลงทุนและพิจารณาอย่างรอบคอบ ความเสี่ยงจากการลงทุนก็อาจจะลดลงได้
  หากมองว่าสถานการณ์ทางการเมืองน่าจะอยู่ใน โค้งสุดท้ายของการเปลี่ยนแปลงŽ ที่จะยุติสถานการณ์การชุมนุม และมองภาพไปข้างหน้า ว่าหลังจากนี้เหตุการณ์จะลงเอยอย่างไร คำถามที่จะต้องตั้งกันคือ 1.การชุมนุมจะยุติอย่างไร ก.นายกรัฐมนตรีประกาศลาออกหรือยุบสภาผู้แทนราษฎรและเลือกตั้งใหม่  ผลตามมาน่าจะออกมาทางบวกมากกว่าลบ ข.พันธมิตรถูกสลายการชุมนุมและแกนนำถูกดำเนินคดีทางกฎหมาย ผลน่าจะออกมาทางลบเพราะอาจจะมีการชุมนุมใหม่อีกครั้ง หรือขยายการต่อสู้ไปแนวทางอื่น ๆ เช่น มีการแบ่งแยกกันมากขึ้น และมีการใช้สถานการณ์ความรุนแรงเหมือนเหตุการณ์ใน 3 จังหวัดภาคใต้ 2.มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองรูปแบบเดิม เช่น การปฏิวัติรัฐประหารสลายขั้วทางการเมือง ซึ่งมีผลเสียมากกว่าผลดี และทำให้ประเทศชาติมีต้นทุนทางการเมืองที่แพงขึ้น และไม่แน่ใจว่าจะสามารถแก้ไขสถานการณ์ทางการเมืองที่มีการแบ่งขั้วได้หรือไม่
  หากสรุป คาดว่าการแบ่งขั้วกันทางการเมืองของไทยขณะนี้ ยากที่จะแก้ไขได้ในระยะเวลาอันสั้น เพราะหากฝ่ายรัฐบาลชนะ ก็ต้องมีการต่อสู้รูปแบบใหม่ในสังคมไทยเกิดขึ้น ถ้าฝ่ายพันธมิตรชนะ อีกฝ่ายหนึ่งก็อาจจะพยายามเข้ามาต่อสู้รูปแบบใหม่เช่นกัน หากมีการรัฐประหารหรือยึดอำนาจทางการเมือง ก็ต้องดูว่าเป็นฝ่ายไหน สรุปแล้ว เป็นเรื่องยากคาดเดาเหตุการณ์จริง ๆ ดังนั้นหากเหตุการณ์ยุติด้วยวิธีการใด ๆ ก็ตาม ยังหาคำตอบสุดท้ายให้กับประเทศไทยยากว่า แนวโน้มจะเป็นไปอย่างไรต่อไป  ดังนั้นตัวช่วยที่ดีที่สุดคือ ตัวนักลงทุนเองŽ ที่ต้องคัดเลือกหุ้นดี ๆ จับจังหวะดี ๆ และมีจุดที่จะต้องบริหารความเสี่ยงให้ดี ๆ เพราะการที่หุ้นมีการทำจุดต่ำใหม่ นั้นหมายความว่าหุ้นไม่ได้เป็นไปตามที่เราคาดหมายไว้
  แต่อาจจะมีคำตอบต่อไปว่า หลังจากนี้แล้วจะเป็นอย่างไรต่อ เช่น เหตุการณ์ยุติแล้ว แต่มีความเสียหายทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจและสังคม ตลอดจนความเชื่อมั่น ไก่ทองอยากบอกว่าให้นักลงทุนเชื่อมั่นในตัวธุรกิจ หรือพื้นฐานหลัก ๆ ของบริษัทจดทะเบียน ดังนั้นการเลือกบริษัทดี ๆ อาจจะกลายเป็นความมั่นใจอีกตัวหนึ่งที่ช่วยให้นักลงทุนมีความมั่นใจขึ้น  ดังนั้นหุ้นในช่วงนี้ไก่ทองขอให้น้ำหนักกับหุ้นรุ่นใหญ่ก่อน ส่วนรุ่นเก็งกำไรรอเมื่อสถานการณ์ดีขึ้น กลับเข้ามาลงทุนใหม่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก ขออย่างเดียวให้สถานการณ์ดีขึ้นจริง ๆ ไม่มีคำว่า ตกรถไฟในตลาดหุ้น เพราะมีรถไฟขบวนใหม่ ๆ เกิดขึ้นเสมอŽ หุ้นน่าสนใจเช่น TOP PTTAR ESSO PTT PTTEP BBL SCB TISCO TTA PSL SCCC SCC LH AMATA เป็นต้น  
(แสดงความคิดเห็น Email: cnantawat@yahoo.com )