ชื่อผู้ใช้

รหัสผู้ใช้


   ลืมรหัสผ่าน
 
เจาะกะโหลกเซียน   4 กรกฎาคม 2550 08:53

เริ่มก่อยอด เจดีย์....?


แนวโน้มการลงทุนระยะสั้นทิศทางดัชนีราคาหุ้นตลาดหลักทรัพย์เริ่มเข้าสู่ “ยอดเจดีย์” สำหรับหุ้นบางตัวทำให้พฤติกรรมการเก็งกำไร เริ่มชะลอตัวและมีการขายทำกำไรระยะสั้น ในหุ้นกลุ่มนำตลาดซึ่งอาจจะส่งผลให้การ ฝ่าแนวต้านบริเวณดัชนี  710 – 720 จุดอาจจะกลายเป็นจุดสูงสุดของการฟื้นตัวรอบนี้และอาจจะจบลงด้วยการขายทำกำไรระยะสั้นที่รุนแรงหากขาดปัจจัยหนุนตลาดระยะสั้นที่ชัดเจนและตลาดระยะสั้นอาจจะต้องใช้เวลาปรับฐานราคาบริเวณ 700 จุดก่อนการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญอีกครั้ง

ราคาหุ้นหลักในกลุ่มพลังงานเริ่มส่งสัญญาณ  “ติดยอดเจดีย์” ซึ่งหมายความว่าระยะสั้นราคาหุ้นเริ่มชนแนวต้านและอาจจะเป็นจุด “สูงสุด” ของรอบสำหรับหุ้นพลังงานตัวใหญ่เนื่องจากราคาหุ้นเริ่มเผชิญแรงขายทำกำไรทำให้สัญญาณทางเทคนิคเกิดรูป Shooting Star ซึ่งหมายความว่าแรงซื้อระยะสั้นสู้แรงขายไม่ได้ทำให้ราคาหุ้นขึ้นไปสูงและถูกเทขายลงมาปิดที่ใกล้เคียงกับราคาเปิดหรือต่ำกว่า ซึ่งฟ้องว่าหุ้นที่เข้าข่ายลักษณะนี้หลังจากที่ราคาปรับขึ้นต่อเนื่องมากกว่า 5 วันทำการเริ่ม “อันตราย” สำหรับการเก็งกำไรและลงทุนระยะสั้น เว้นแต่จิตวิทยาตลาดที่ดีเข้ามาช่วยหนุนอาจจะสามารถประคองราคาหุ้นระยะสั้นได้ แบบไม่เสถียรและพร้อมที่จะปรับตัวลง หากสถานการณ์ระยะสั้นไม่ดี

สัญญาณทางด้านเทคนิคของตลาดหุ้นระยะสั้นยังคงมี “แรงหนุน” จากการเก็งกำไรที่ก่อตัวขึ้นในช่วงก่อนหน้านี้ โดยหากตลาดเล่นทางขึ้นต่อเนื่องนั้น แม้ว่าจะมีการเทขายทำกำไรชนิดรุนแรงออกมาแต่ดัชนีไม่ควรต่ำกว่าระดับ 703 – 700 จุดจึงจะเป็นการรักษาระดับการฟื้นตัวต่อไปได้ และที่สำคัญคือ ดัชนีควรจะต้องมีการทำจุดสูงใหม่โดยไม่ปิดต่ำและทิ้งช่องว่างระหว่างราคาสูงสุดและราคาปิดไม่ควรห่างกันมากกว่า 50% ของการเคลื่อนไหวระหว่างวันระหว่างราคาสูงสุดและราคาต่ำสุด เพราะลักษณะดังกล่าวสะท้อนว่า ภาวการณ์ลงทุนระยะสั้นเริ่ม “เปราะบาง” และมีแนวโน้มของการถูกเทขายทำกำไรระยะสั้นในระดับที่รุนแรงขึ้น

อย่างไรก็ตาม ภาวการณ์ลงทุนที่เกิดขึ้นคาดว่าจะนำไปสู่การเลือกลงทุนเป็นรายตัวตาม มุมมองด้านเทคนิค ข่าวที่มากระทบต่อการตัดสินใจลงทุน และการเก็งกำไรของนักลงทุนรายใหญ่ ส่วนการลงทุนของนักลงทุนสถาบันที่อ้างอิง ภาวะเศรษฐกิจ การเมือง และผลประกอบการของบริษัทเป็นรายไตรมาสคาดว่าระยะสั้นขาดปัจจัยชี้นำ เนื่องจากบริษัทจดทะเบียนส่วนใหญ่ประกาศผลประกอบการงวดไตรมาสแรกออกมาแล้ว ส่วนไตรมาสที่สองแนวโน้มอาจจะชะลอตัวลงอีกเนื่องจากเป็นช่วงที่มีวันหยุดค่อนข้างมากในรอบปี ทำให้การผลิตส่วนหนึ่งน้อยลงในแง่จำนวนวันที่ทำการ

สำหรับกลยุทธ์การลงทุนระยะสั้นคาดว่าจะเริ่มเข้าสู่ขั้นตอนการขายทำกำไรระยะสั้น และมีการ “ย้ายเงินทุน” จากหุ้นตัวที่มีกำไรไปหาหุ้นที่ยังมี “ส่วนต่าง” สำหรับการเข้าเก็งกำไรโดยหุ้นเกรดที่รองลงมาอาจจะได้รับความสนใจในการเก็งกำไรเพิ่มขึ้น แต่คาดว่าพฤติกรรมการลงทุนยังเน้นการเก็งกำไรระยะสั้นประเภท “เข้าเร็ว ออกเร็ว” และไม่ถือครองหุ้นที่ซื้อแล้วมองว่า “ผิดทาง หรือหลงทาง” โดยเฉพาะการซื้อประเภท “ถัวเฉลี่ย” บ่อยครั้งที่กลยุทธ์ดังกล่าวกลายเป็น “เถือเฉลี่ย” เพราะติดหุ้นที่สูงและซื้อถัวตลอดเส้นทางการลงทุน สิ่งที่ตามมาคือ ไม่เงินหมดก่อน ก็กำลังใจหมดก่อนเพราะไปถัวใจจังหวะที่ราคาหุ้นเพิ่งเริ่มลง ตรงกันข้ามหากติดหุ้นและราคาหุ้นเริ่มฟื้นตัวการซื้อถัวในภาวะที่ตลาดหรือหุ้นตัวที่ติดขึ้นระยะแรก (1 -3 วันทำการ) หลังจากลงมานาน อาจจะทำให้ได้เปรียบกว่ากรณีแรก

 KTB ราคาหุ้นถูกถล่มลงมาด้วยข่าว เรื่อง “หนี้เสีย” ที่เพิ่มขึ้น และข่าวเกี่ยวกับ Spread Margin ที่ลดลง โดยราคาหุ้นได้ทำจุดต่ำที่บริเวณ 10.50 บาท และเริ่มค่อย ๆ ฟื้นตัวโดยล่าสุดยืนบริเวณ 10.90 -11 บาทได้โดยไม่ทำจุดต่ำใหม่ หากข้อมูลที่เกิดขึ้นสะท้อนข่าวร้ายดังกล่าวสมบูรณ์คาดว่าตำแหน่งการยืนเหนือค่าเฉลี่ย 5 วันบริเวณ 10.90 บาทได้ พร้อมกับสัญญาณฟื้นตัวน่าจะเป็นจังหวะสำหรับการเล่นตีกลับมาบริเวณ 11.50 -12.00 บาท เพราะหุ้นแบงก์ใหญ่ในแง่สินทรัพย์รองจาก BBL ตัวนี้ เป็นเหมือน Indicators ชี้นำทิศทางตลาดได้ หากยังเลือกเล่นทางขึ้น

IRPC ไม่รู้ไปโกรธใครมาดัชนีฝ่า 700 จุดมาวันสองวันเพิ่งใส่เสื้อเขียว แนวโน้มหลักยังเป็นการปรับตัวลง แต่หากดัชนีขาด “ตัวช่วย” ประเภท Big Cap  IRPC จัดเป็นหุ้นประเภทมีพัฒนาการที่ดีในทางการเงินและปันผลโดยกรอบการเก็งกำไรอยู่ระหว่าง 5.85/5.45 บาท ส่วนแนวต้านแบบเด็ก ๆ อยู่บริเวณ 6.40 บาทส่วนแนวต้านแบบ “ยักษ์ ๆ” อยู่บริเวณ 7 บาท

TT&T มีสัญญาณการเก็งกำไรและการฟื้นตัวที่น่าติดตาม หลังจากรุ่นพี่อย่าง TRUE ราคาเดินหน้าแบบไม่สนใจผลประกอบการที่ขาดทุน แต่ TT&T หุ้นโทรศัพท์ภูธรที่ราคาลดลงจนต่ำกว่ามูลค่าหุ้นทางบัญชีชนิดไม่เชื่อสายตาตัวเอง แต่สัญญาณการฟื้นตัวค่อย ๆ ดีขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีกรอบการเก็งกำไรระยะสั้นระหว่าง 1.05 -1.23 บาทส่วนฟุตเวอร์คต้องติดตามกันในสนามนักลงทุนเอง 

CNT หุ้นรับเหมาตัวเล็กค่าย SCB ราคาย่ำอยู่บริเวณ 2.50 บาท  -2.76 บาทระยะสั้นเรี่มมีสัญญาณการฟื้นตัวของราคาตามกลุ่มรับเหมาก่อสร้างเป็นหุ้นประเภทเครื่องร้อนช้าแต่รอบจัด ผลการดำเนินงานเริ่มกลับมามีกำไรและจ่ายปันผลได้ กรอบเก็งกำไรเด็ก ๆ 2.50 -2.76 บาท ส่วนแบบ “ผู้ใหญ่” ดูได้ถึงแนวต้าน  3.04 -3.30 บาทหากตลาดไม่วายเสียก่อน (แสดงความคิดเห็นผ่าน Email : cnantawat@yahoo.com)