ชื่อผู้ใช้

รหัสผู้ใช้


   ลืมรหัสผ่าน
 

  18 เมษายน 2549 10:33
CIG ฉายแววรายได้โต

บริษัทหลักทรัพย์ฟิลลิป แนะนำ”ซื้อเก็งกำไร” CIG ให้ราคาเป้าหมาย 3.68 บาท คาดรายได้ปี 2549 อยู่ที่ 1.2 พันล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 55 % ส่วนกำไรสุทธิโต 76 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 111%  เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา เนื่องจากการปรับราคาขายเพิ่มและรับรู้รายได้จากโรงงานแห่งใหม่ทำให้กำลังการผลิตขยับเพิ่มขึ้น  ด้านลูกค้ารายใหม่ยังเป็นตัวชูโรงลดแรงกดดันด้านราคาขายจากลูกค้าเก่า ประเมินการตั้งราคาขายสินค้าใหม่จะหนุนให้อัตรากำไรดีขึ้น
      บริษัทหลักทรัพย์ฟิลลิป จำกัด ประเมินผลประกอบการปี 2549 บริษัทซี.ไอ.กรุ๊ป จำกัด หรือ CIG จะมีรายได้อยู่ที่ 1,216 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 55% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา  ขณะที่กำไรสุทธิคาดว่าอยู่ที่ 76 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 111% เทียบกับปีที่ผ่านมา เนื่องจากการปรับราคาขายเพิ่มขึ้นและการรับรู้รายได้จากโรงงานแห่งใหม่ที่มีการก่อสร้างเพื่อเพิ่มกำลังการผลิต รวมถึงรายได้จากกลุ่มลูกค้าใหม่ที่จะช่วยลดแรงกดดันด้านราคาขายจากลูกค้าเดิม ขณะที่คาดว่าการเปลี่ยนแปลงนโยบายการตั้งราคาขายและลดผลกระทบในเชิงลบจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบจะช่วยให้อัตรากำไรดีขึ้น
 ฝ่ายวิจัยฯ คาดว่าค่าใช้จ่ายในการขายมีสัดส่วนใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมาจากการรับรู้ค่าเสื่อมราคาในโรงงานแห่งใหม่ ประกอบกับดอกเบี้ยจ่ายเพิ่มขึ้นจากเงินกู้ยืมที่เพิ่มขึ้นในการก่อสร้างโรงงานแห่งใหม่ แต่ในขณะเดียวกันคาดว่าอัตราภาษีจ่ายในปี 2549 จะลดลงจากการได้รับสิทธิประโยชน์ในโรงงานแห่งใหม่ รวมถึงอัตราภาษีจ่ายที่จะลดลงจาก 30%  เหลือเพียง 20% จากสิทธิประโยชน์ในการนำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ(mai) ดังนั้นทางฝ่ายจึงปรับคำแนะนำจาก ”ขาย” เป็น ”ซื้อเก็งกำไร” ประเมินราคาเหมาะสมปี 2549 อยู่ที่ 3.68 บาทอิงจาก PE 8 เท่า สะท้อนสภาพคล่องการซื้อขายที่อยู่ในระดับต่ำ
 ทั้งนี้แม้ว่า CIG จะเป็นบริษัทที่มีผลประกอบการขยายตัวตามการเติบโตของอุตสาหกรรม แต่ทางฝ่ายฯ มองว่าความเสี่ยงจากการดำเนินธุรกิจยังมีอยู่ในระดับสูงเช่นกัน จากความหลากหลายของผลิตภัณฑ์และการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีทำให้ต้องลงทุนซื้อเครื่องจักรเพิ่มเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า อีกประเด็นที่ส่งผลกระทบในเชิงลบต่อผลประกอบการคือความผันผวนของราคาวัตถุดิบหลัก คือ ทองแดงและอลูมิเนียม
 อย่างไรก็ตามจากการเปลี่ยนกลยุทธ์การดำเนินงานของบริษัทในอนาคตจากนโยบายการปรับราคาขายและการขยายฐานลูกค้าเพื่อลดการพึ่งพิงกับลูกค้ารายเดิม ซึ่งจะทำให้เห็นการฟื้นตัวของผลประกอบการ แม้ว่ายังมีความกังวลกับความผันผวนของราคาวัตถุดิบบ้างก็ตาม แต่คาดว่านโยบายการตั้งราคาใหม่จะช่วยลดแรงกดดันการทำกำไรให้น้อยลงกว่าที่ผ่านมา