ชื่อผู้ใช้

รหัสผู้ใช้


   ลืมรหัสผ่าน
 

  4 เมษายน 2549 13:09
“METRO”ระดมทุน 140 ล้านบาท

เมโทรสตาร์   อนุมัติออกและขายหุ้นกู้แปลงสภาพมูลค่า 1.2 พันล้านบาท เสนอขายให้ผู้ลงทุนเฉพาะเจาะจงหรือนักลงทุนสถาบันทั้งใน-ต่างประเทศ พร้อมเพิ่มทุนจดทะเบียนอีก 140 ล้านบาท รองรับการแปลงสภาพหุ้นกู้ หวังนำเงินมาใช้เป็นทุนขยายธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และปรับอัตราการใช้สิทธิและราคาซื้อหุ้นของวอร์แรนต์ที่จัดสรรให้กับพนักงานและกรรมการ

นายวีระ บูรพชัยศรี ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เมโทรสตาร์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด(มหาชน) หรือ METRO เปิดเผยถึงมติที่ประชุมคณะกรรมการว่า ที่ประชุมได้มีมติ ให้เพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัท อีกจำนวน 140 ล้านบาท จากทุนจดทะเบียนเดิมจำนวน 470 ล้านบาท เป็นทุนจดทะเบียนจำนวน 610 ล้านบาท แบ่งออกเป็นจำนวน 610 ล้านหุ้น มูลค่าหุ้นที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท โดยการออกหุ้นสามัญใหม่จำนวน 140 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท
            นายวีระกล่าวว่า หุ้นกู้มูลค่า 1,200 ล้านบาท เป็นหุ้นกู้แปลงสภาพเป็นหุ้นสามัญของบริษัท ระบุชื่อผู้ถือ ไม่ด้อยสิทธิและไม่มีหลักประกัน อายุไม่เกิน 5 ปี นับจากวันที่ออกและเสนอขายหุ้นกู้แปลงสภาพ โดยราคาแปลงสภาพจะต้องไม่น้อยกว่า 110% ของราคาปิดถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักของหุ้นของบริษัทที่ทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ในช่วง 30 วัน หรือ 60 วันทำการ ก่อนวันที่คณะกรรมการมีมติกำหนดราคาแปลงสภาพของหุ้นกู้แปลงสภาพ
         “คณะกรรมการได้มอบหมายให้คณะกรรมการบริหาร หรือบุคคลที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการ บริหารเป็นผู้กำหนดเงื่อนไขวันใช้สิทธิแปลงสภาพครั้งแรกและรายละเอียดอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้สิทธิแปลงสภาพของหุ้นกู้แปลงสภาพตามที่เห็นสมควร”นายวีระกล่าว
          นายวีระกล่าวว่า คณะกรรมการได้อนุมัติการเพิ่มทุนจดทะเบียนอีกจำนวน 140 ล้านบาท จากทุนจดทะเบียนเดิม 470 ล้านบาท เป็น 610 ล้านบาท ด้วยการออกหุ้นสามัญใหม่จำนวน 140 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ (ราคาพาร์) 1 บาท เพื่อจัดสรรไว้รองรับการใช้สิทธิแปลงสภาพของหุ้นกู้แปลงสภาพจำนวนดังกล่าว
          “ ก่อนการเพิ่มทุนจดทะเบียนในครั้งนี้บริษัทมีหุ้นสามัญที่จัดสรรไว้เพื่อรองรับการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิที่ออกให้แก่พนักงานและกรรมการ ตามมติของที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2547 จำนวน 10 ล้านหุ้น”นายวีระกล่าว
          นายวีระกล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการเสนอขายหุ้นกู้และเพิ่มทุนครั้งนี้ ว่า บริษัทจะนำเงินทุนที่ได้ไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน และปริมาณสำรองเพียงพอที่จะนำไปใช้ในการพัฒนาโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของบริษัท ขณะที่ผู้ถือหุ้นเองจะได้รับประโยชน์ในรูปของเงินปันผล หากบริษัทได้รับกำไรจากการขายโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับการพัฒนาจนแล้วเสร็จ
          “คณะกรรมการยังได้รับทราบการเปลี่ยนแปลงราคาการใช้สิทธิและอัตราการใช้สิทธิของใบสำคัญแสดงสิทธิซึ่งออกให้แก่พนักงานของบริษัท เนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่าหุ้นที่ตราไว้ ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการครั้งที่ 1/2549 โดยมีอัตราการใช้สิทธิใหม่เท่ากับ 1 ใบสำคัญแสดงสิทธิ ต่อ 2 หุ้นสามัญ ราคาใช้สิทธิหุ้นละ 2.975 บาท จากเดิมอัตราการใช้สิทธิ 1 ใบสำคัญแสดงสิทธิต่อ 1 หุ้นสามัญ ราคาใช้สิทธิหุ้นละ 5.950 บาท”นายวีระกล่าว
          สำหรับประเด็นต่างๆ นายวีระกล่าวว่า  คณะกรรมการจะนำเสนอให้ผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติในการประชุมใหญ่สามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2549 ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 25 เมษายน 2549 และกำหนดปิดสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น ตั้งแต่วันที่ 7 เมษายนนี้เป็นต้นไปจนกว่าการประชุมจะแล้วเสร็จ