ชื่อผู้ใช้

รหัสผู้ใช้


   ลืมรหัสผ่าน
 

  4 เมษายน 2549 13:08
บล.กรุงศรีฯ หั่นเป้ากำไร บจ.หด

บล.กรุงศรีอยุธยา มองภาวะตลาดหุ้นยังอึมคึม เนื่องจากปัจจัยทางการเมืองตามกดดัน พร้อมปรับเป้าหมายดัชนีเหลือ 682-784 จุด และยังได้ปรับประมาณการกำไรสุทธิของบริษัทจดทะเบียนลง จากเดิมที่คาดการณ์ว่าในปีนี้กำไรสุทธิของบริษัทจดทะเบียนจะเติบโต 6.8%เป็นติดลบ4.9% ส่วน บจ.ใหม่ที่จะเข้ามาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ได้ 100 บริษัท ก็คาดว่าได้แค่ 50 บริษัท
  ม.ร.ว.ศศิพฤนท์ จันทรทัต ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทหลักทรัพย์กรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่าภาวะตลาดหุ้นในช่วงไตรมาส 2/49 คาดว่าน่าจะดีกว่าไตรมาส 1/49  เนื่องจากผ่านช่วงการเลือกตั้งมาแล้ว แต่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอาจไม่ดีขึ้นมากนักหากเทียบกับไตรมาส 1 แม้ว่าการเลือกตั้งจะผ่านพ้นมา แต่ปัญหาทางการเมืองดูเหมือนว่าจะยังไม่ได้ข้อยุติการลงทุนในไตรมาส 2 จะเป็นลักษณะการเทรดดิ้งมากกว่าโดยเม็ดเงินส่วนใหญ่ยังคงไปพักอยู่ในเงินฝากของธนาคาร เพื่อรอดูสถานการณ์ทางการเมือง
 ทั้งนี้ หากปัญหาทางการเมืองได้ข้อยุติในช่วงครึ่งปีแรก ก็เชื่อว่าตลาดหุ้นในช่วงครึ่งปีหลังจะเริ่มฟื้นตัว เนื่องจากโครงสร้างตลาดหุ้นไทยยังน่าลงทุน ราคาหุ้นยังถูกเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นเพื่อนบ้าน จึงมีรูมให้เม็ดเงินจากต่างประเทศเข้ามาลงทุนซึ่งขณะนี้นักลงทุนต่างประเทศก็ยังรอดูทิศทางการตัดสินใจของนายกฯ ว่าจะเป็นอย่างไรเนื่องจากการตัดสินใจดังกล่าวจะเป็นจุดเปลี่ยนของสถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบัน
 อย่างไรก็ทางฝ่ายวิเคราะห์ ได้ปรับลดประมาณการเป้าหมายดัชนีตลาดหุ้นสิ้นปีเหลือ682-784 จุด จากเดิมที่คาดการณ์ว่าสิ้นปีดัชนีฯ จะอยู่ที่ 639-827 จุดเนื่องจากปัญหาทางการเมืองส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและแนวโน้มราคาน้ำมันที่ยังทรงตัวในระดับสูงส่งผลกระทบต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโดยรวม
 นอกจากนี้ ยังได้ปรับประมาณการกำไรสุทธิของบริษัทจดทะเบียนลง จากเดิมที่คาดการณ์ว่าในปี 2549 กำไรสุทธิของบริษัทจดทะเบียนจะเติบโต 6.8%เป็นติดลบ4.9% เนื่องจากผลกระทบทางการเมืองจะเริ่มบั่นทอนพื้นฐานเศรษฐกิจของประเทศในไตรมาส 2 และ 3 นี้
 สำหรับบริษัทจดทะเบียนเข้าใหม่ในปีนี้ เชื่อว่า จะไม่ถึง 100 บริษัทตามที่ตลาดฯ วางเป้าหมายไว้ คาดว่าน่าจะเข้าจดทะเบียนได้ประมาณ 50 บริษัทเนื่องจากบรรยากาศการลงทุนค่อนข้างซบเซา เพราะปัญหาความไม่แน่นอนทางการเมือง โดยลูกค้าของบริษัท 2 ราย ได้เลื่อนกำหนดการขายหุ้นไอพีโอ คือ บริษัทออฟติคอลซึ่งคาดว่าจะขายหุ้นปลายเดือนมิ.ย. แต่หากช่วงนั้นภาวะตลาดฯ ยังไม่เอื้อก็อาจจะเลื่อนออกไปส่วนลูกค้าอีกรายหนึ่งยังไม่สามารถเปิดเผยรายชื่อได้
 ม.ร.ว.ศศิพฤนท์ กล่าวถึงความคืบหน้าในการประกอบธุรกิจนายหน้าค้าตราสารอนุพันธ์ว่า ขณะนี้บริษัท กรุงศรีอยุธยา ดีลิเวทีฟ  ซึ่งเป็นบริษัทลูกของบริษัทฯ อยู่ระหว่างหาพันธมิตรต่างประเทศเข้ามาร่วมทำธุรกิจ โดยปัจจุบันมีนักลงทุนต่างประเทศ 5 รายให้ความสนใจที่จะเข้ามาร่วมทำธุรกิจ โดยเป็นนักลงทุนแถบยุโรป 2 ราย เอเซีย 3 ราย ซึ่งทางบริษัทฯ คงต้องขอดูภาวะตลาดอนุพันธ์อีก 6 เดือนหลังจากตลาดฯ เปิดว่ามีทิศทางเป็นอย่างไรหลังจากนั้นจึงจะตัดสินใจเลือกพันธมิตร หากภาวะการลงทุนในตลาดอนุพันธ์ส่วนใหญ่เป็นการเก็งกำไร ก็คงจะเลือกพันธมิตรแถบภูมิภาคเอเซียแต่หากเป็นลักษณะการลงทุนเพื่อบริหารความเสี่ยง ก็คงเลือกพันธมิตรแถบยุโรป