ชื่อผู้ใช้

รหัสผู้ใช้


   ลืมรหัสผ่าน
 

  4 เมษายน 2549 13:06
SCB ถือรอจ่ายปันผลหุ้นละ 3 บ.

 โบรกเกอร์มองSCB อ่วมไตรมาสแรกกำไรลด 8.6% เหตุเจอภาระภาษีจ่ายสูง  แต่รายได้ดอกเบี้ยโต 7.4%เพราะส่วนต่างดอกเบี้ยยังดีอยู่  รับอานิสงส์เงินฝากจากดีลขายหุ้นชินให้กลุ่มเทมาเซคไหลเข้า  ส่งผลให้แบงก์นำไปลงทุนหากำไรต่ออีกทอดในตลาดอินเตอร์แบงก์  แนะ”ถือ”รอรับปันผลหุ้นละ 3.00 บาท ก่อนแขวนXD วันที่ 12 เม.ย.นี้  ส่วนราคาหุ้นทางเทคนิคให้แนวรับ 63.50-61.00 บาท แนวต้าน 65.00-66.50 บาท
     บริษัทหลักทรัพย์เอเชีย พลัส จำกัด(มหาชน)แนะนำ”ถือ”SCBเพื่อรับเงินปันผลงวดปี 2548 ในอัตราหุ้นละ 3 บาท  SCB มี PBV เท่ากับ 2.1 เท่า  สูงกว่า KBANK, BBL และ KTB โดยราคาหุ้น SCB ปัจจุบันได้สะท้อนมูลค่าพื้นฐานที่ PBV 2 เท่าคือ 63 บาทไปแล้ว  อย่างไรก็ตาม การลงทุนขณะนี้  นักลงทุนยังได้รับผลตอบแทนจากเงินปันผล เนื่องจากราคาหุ้นยังไม่ขึ้นเครื่องหมาย XD ผู้ซื้อไม่มีสิทธิรับเงินปันผล โดยจะขึ้นเครื่องหมายวันที่ 12 เมษายน 2549
     ทั้งนี้คาดการณ์ว่าไตรมาส1/2549 ธนาคารจะมีกำไรสุทธิ 4 พันล้านบาท ลดลง 8.6%จากไตรมาสก่อนเนื่องจากภาระภาษีเงินได้ที่สูงขึ้นกว่าเท่าตัวจากงวดที่ผ่านมา (คาด Effective tax rate เท่ากับ 23% เพิ่มขึ้นจาก 12% ในงวดไตรมาส4/2548) เนื่องจากหมดภาระขาดทุนสะสมคงเหลือที่สามารถนำไปลดหย่อนภาษีฯ ได้แล้ว
     ส่วนรายได้ดอกเบี้ยสุทธิในไตรมาส1/2549เติบโตถึง 7.4%จากไตรมาสก่อน และส่วนต่างดอกเบี้ยรับสุทธิเพิ่มขึ้น 16 basis points จากงวดที่ผ่านมา (รวมปันผลตอบแทนจากกองทุนวายุภักษ์ประมาณ 300 ล้านบาท) เนื่องจากธนาคารมีสภาพคล่องส่วนเกินจากฐานเงินฝากที่เติบโตสูงถึง 16% จากไตรมาสก่อน (ส่วนใหญ่เป็นเงินฝากจากดีลการขายหุ้น SHIN ให้แก่กลุ่มเทมาเซค โดยจัดประเภทเป็นเงินฝากประเภท 12
เดือน) จึงได้นำไปลงทุนหาผลตอบแทนในตลาดเงินกู้ยืมระหว่างธนาคาร( Interbank)
     สำหรับเงินให้สินเชื่อสุทธิไตรมาส1/2549 คาดว่าจะเติบโตถึง 5%จากไตรมาสก่อน (ส่วนใหญ่เป็นการเติบโตของสินเชื่อรายใหญ่ ซึ่งสูงมากเมื่อเทียบกับเป้าทั้งปี 2549 ที่ 9%ในช่วงเดียวกันของปีก่อน) จึงส่งผลดีต่อ อัตราผลตอบแทน และส่วนต่างดอกเบี้ยรับดังกล่าวข้างต้น สำหรับค่าใช้จ่ายที่มิใช่ดอกเบี้ยที่คาดว่าจะปรับตัวสูงขึ้น 8.6%จากไตรมาสก่อนส่วนใหญ่เป็นการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายพนักงาน เนื่องจากการจ่ายโบนัสและโบนัสพิเศษ 1 เดือนในวาระครบรอบ 100 ปีของ SCB
     อย่างไรก็ตาม SCB คาดหมายการตั้งสำรองหนี้ฯ  300 ล้านบาทในไตรมาส1/ 2549 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดสำหรับการตั้งสำรองหนี้ฯ ในแต่ละไตรมาส ทั้งนี้ ธนาคารคงนโยบายการตั้งสำรองหนี้ฯ สำหรับทั้งปี 2549 ที่ 1.8 พันล้านบาท ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงว่าค่าใช้จ่ายในการตั้งสำรองหนี้ฯ อาจเพิ่มสูงขึ้นในงวดใดงวดหนึ่ง
      นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์กรุงศรีอยุธยา จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า ผลประกอบการไตรมาส 1/2549 2549 ของ SCB คาดว่าจะปรับลดลงเพราะธนาคารมีภาระจ่ายภาษีเพิ่มขึ้น
     นายเปรมสุข ชลทานวาณิชย์ ผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ กิมเอ็ง(ประเทศไทย) จำกัด(มหาชน)กล่าวว่า หุ้นSCB มีสัญญาณชะลอตัวทางเทคนิคหรืออาจจะพักฐาน แต่สามารถรอซื้อได้ที่แนวรับ 63.50 บาท , 62.50 บาท ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 65.50 บาท
     นักวิเคราะห์ทางเทคนิค บริษัทหลักทรัพย์ ไซรัส จำกัด(มหาชน)กล่าวว่า กลยุทธ์ลงทุนทางเทคนิค คาดว่าหุ้นSCB จะมีแนวรับที่ 63.00 บาท และแนวต้านที่ 66.00 บาท ซึ่งจากสัญญาณทางเทคนิคนราคาหุ้นแกว่งตัวเพื่อการจ่ายเงินปันผล จึงคาดว่าอาจจะไม่ปรับลงช่วงนี้  แต่ให้ระมัดระวังลงทุนหลังจากขึ้นเครื่องหมาย XD(ผู้ซื้อไม่มีสิทธิรับเงินปันผล)
     นักวิเคราะห์ทางเทคนิค บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด กล่าวว่า กลยุทธ์ลงทุนทางเทคนิค หุ้นSCB จะมีแนวรับ 63.50 บาท ซึ่งหากหลุดแนวรับดังกล่าวจะมีแนวรับถัดไปที่ 61.00 บาท ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 65.00,66.50 บาท ทั้งนี้ระยะสั้นราคาหุ้นยังไม่น่าสนใจเนื่องจากราคาหุ้นปรับตัวสูงขึ้น
 SCB(3 มี.ค.)เปิดที่ 64.50 บาท ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของวัน และต่ำสุดที่ 63.50 บาท  จนกระทั่งปิดตลาดที่  64.50 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง มูลค่าซื้อขายทั้งสิ้น 443.71 ล้านบาท